หน้าท้าทาย จังจิ้นเล่อลังเลอยู่ครู่ จะว่านางไปนางก็กล่าวมีเหตุผล“ได้! ข้าไปดูก่อน หากขันทีน้อยผู้นั้นหายไปเจ้าต้องรับผิดชอบ”“เฮ้อ! ข้าว่าท่านตาฝาดท่านก็ไม่เชื่อ”จังจิ้นเล่อสะบัดแขนเสื้อ ไม่หันมามองหน้านางกำนัลน้อยอีก หงซือซือมองตามหลังองครักษ์หนุ่มที่เดินไปทางตำหนักอิงฟ้า อมยิ้มน้อยๆ ‘ว่าง่ายเสียจริง!คิดจะจับข้ายังเร็วไปสิบปี’หงซือซือเดินอย่างร่าเริง มิคาดว่าไม่นานนักจังจิ้นเล่อก็กลับมา ฮ่องเต้สบตากับจังจิ้นเล่อเห็นองครักษ์ขยิบตาให้ก็รีบโบกมือไล่ทุกคนให้ออกไปจากห้ององครักษ์จังรีบเข้าไปกราบทูลฮ่องเต้ใกล้ๆ โจวเฟิงฟังแล้วพระเนตรลุกวาว“ตกลงว่า ขันทีผู้นั้นก็บอกว่าไม่ได้ไปเข้าห้องส้วมแต่เจ้าเห็นขันทีน้อยกลายเป็นเฉียงม่านหลิน”องครักษ์จังพยักหน้า “เป็นเช่นนั้น พะยะค่ะ”“เห็นทีเฉียงม่านหลิงผู้นี้ไม่อาจจะไว้วางใจได้แล้วเจ้าช่วยข้าจับตามองนาง ให้ดี” โจวเฟิงนึกถึงเรื่องที่ตนเคยอ่านพบในหนังสือปกดำที่ถูกห่อซุกไว้ด้านในสุดของหอตำรา ‘อาจจะเป็นนักแปลงโฉมอย่างที่ข้าเคยอ่านพบก็ได้’ เพียงนึกฮ่องเต้หนุ่มก็ทรงตื่นเต้น“เจ้าบอกให้นางกำนัลเฉียงทั้งสองมาเฝ้าข้าที่ห้องหนังสือ จากนี้ไปต้องคอยสังเกตพวกนางทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด”“พะยะค่ะ”แม้โจวเฟิงจะรู้จักกับเฉียงเจียวมิ่งมาตั้งแต่วัยเยาว์แต่กับเฉียงม่านหลิงนั้นก่อนหน้านี้นางเคยเป็นนางกำนัลที่ดูแลสวนหลวง ภายหลังเมื่อเฉียงเจียวมิ่งเข้าวังมาเป็นนางกำนัลจึงขอให้โจวเ