ฟิงเอาญาติผู้พี่เข้ามาทำงานที่ตำหนักนี้ด้วยฮ่องเต้สังเกตดูท่าเดินของเฉียงม่านหลิงก็เห็นว่านางดูเปลี่ยนไปจริง เขาเพิ่งสังเกตว่านางท่าทางองอาจ ซ ้ายังมีฝีเท้าเบาอย่างคนฝึกยุทธ์ ‘เหตุใดข้าจึงไม่เคยสังเกตมาก่อน? เห็นทีคงจะย่อหย่อนเรื่องการระวังความปลอดภัยมากเกินไป’“ฝ่าบาท ทรงทำหมึกหกเลอะแล้วเพคะ”“อะ อ้อ” โจวเฟิงก้มลงมองดูกระดาษที่กำลังเขียนก็เห็นว่าตนเองจ่อพู่กันไว้นานจนหมึกหยดลงบนกระดาษ “ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากลองพู่กันที่เพิ่งได้มาใหม่”“ม่านหลิง เจ้ามาฝนหมึกให้ที”“เพคะ”โจวเฟิงลอบสังเกตท่าทางของเฉียงม่านหลิงก็เห็นว่ากริยาของนางดูคล่องแคล่วกว่าปกติ“ม่านหลิง เจ้าไปยกน ้าชามาให้ที”เฉียงเจียวมิ่งเอียงศีรษะ “หม่อมฉันไปเองก็ได้นะเพคะ”“ไม่ต้อง เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าตรงนี้ล่ะดีแล้ว”โจวเฟิงลอบมือดูมือของเฉียงม่านหลิงคนนี้ที่ดูกร้านกว่าปกติ แม้นางกำนัลในวังหลวงจะทำงานรับใช้ทั่วไปแต่พวกนางมีวิธีดูแลรักษามือให้นุ่มและผิวเนียนละเอียด“เจ้ารับนี่ไป” ฮ่องเต้ทรงยื่นหยกประจำพระองค์ส่งให้ เฉียงม่านหลินหงายฝ่ามือออกมารับ สายตาของโจวเฟิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “เอาไปทำความสะอาดให้ที ด้านในรู้สึกเหมือนมีรอยสกปรกอยู่”“เพคะ” นางกำนัลผู้ถูกสงสัยรับแล้วเดินไปยังโต๊ะด้านข้างที่วางโถน ้าและผ้าเล็กๆ สำหรับเช็ดทำความสะอาดพับซ้อนไว้สองสามผืน“พวกเจ้าอยู่ทำความสะอาดห้องหนังสือก่อนเถิดข้ารู้สึกเหมือนจะมีฝุ่นอยู่เยอะหายใจไม่