หัวหน้าสวีล้วนให้ความเคารพจึงรู้สึกได้ว่าคนผู้นี้คงมีความสำคัญยิ่งนัก“สอดแนมงั้นหรือ? ท่านเป็นหน่วยข่าวของทหารหรือไร?”“ทำนองนั้น! จะว่าไปข้าก็ต้องคอยช่วยงานชินอ๋องอยู่บ่อยๆ” หลงเฟยยกยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้หงซือ“อ้อ!” เมื่อเห็นหลงเฟยเอ่ยอ้างถึงชินอ๋อง จินวั่งซู่ก็พอจะรู้ว่าเป็นการบอกสถานะกลายๆ ‘เห็นทีหลงเฟยผู้นี้คงจะเป็นคนสนิทของชินอ๋องเป็นแน่!’หลงเฟยกับหงซือขอแยกตัวไปเดินเที่ยวในเมืองเทียนคง ทั้งสองเพลิดเพลินกับการเดินดูร้านค้าและผู้คน“หลังจากเปลี่ยนเจ้าเมืองไป เมืองนี้ก็ดูสงบและการค้าขายเพิ่มขึ้นมาก”“คดีคราวนั้นเจ้าเมืองเทียนคงปล้นดินปืนไปซ่อนใช่หรือไม่?”“ใช่! ดินปืนที่เจ้าเมืองคนเดิมปล้นไปถูกนำไปส่งให้อ๋องสี่ที่เมืองฉู่จิ้ง คราวนั้นเป็นจินวั่งซู่กับท่านหญิงจีบุกเข้าไปในค่ายโจรนอกเมือง ค่ายโจรถูกทำลายทำให้นำดินปืนคืนมาได้”“ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน แต่เรื่องค่ายโจรถูกทำลายมีข่าวลือว่ามิใช่เป็นฝีมือทหารมิใช่หรือ?”“ใช่! มีคนเล่าลือว่าผู้ทำลายเป็นสตรี”“นางทำลายค่ายโจรเพียงคนเดียวนี่นะ”“ข้าตามหาต้นตอข่าวลือไม่เจอ ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็มิยอมปริปากสักคำ”หงซือซือนึกถึงเรื่องของพราชายาหานซู่ลี่ ‘บางทีใต้เท้าฟ่านไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดอาจจะเพราะปกปิดตัวคนไว้ก็เป็นได้….ท่านหญิงจี ฮูหยินของฟ่านหลี่เจี๋ยช่างน่าสนใจ’ ความลับการเป็นนินจาของสหายรักของนางยังคงถูกปิดเป็นความลับ มีไม่กี่