าแล้วไล่เรียงไปทีละคน จนถึงสาวน้อยคนสุดท้ายที่ยืนยิ้มแก้มแดงรออยู่“ปิงปิง ทำไมหน้าบูดเล่า?” ชินอ๋องยกมือขึ้นดึงแก้มชมพูนิ่มของธิดาคนเล็กเบาๆ วันนี้สาวน้อยทำผมมวยสองข้างและมีเปียเล็กๆ ระอยู่ริมแก้ม“หม่อมฉันยิ้มรออยู่นานจนเมื่อยแล้วเพคะ”ชินอ๋องหัวเราะร่าก่อนจะอุ้มลูกสาวคนเล็กแนบอกแล้ว หันมายิ้มหวานให้พราชายา ก่อนจะหันมาหาเด็กน้อยทั้งสาม “ลูกๆ เราเข้าตำหนักกันเถอะ!”พราชายาจูงบุตรชายสองคน ส่วนจินวั่งซู่ที่เป็นสหายโฉดคนสนิทของพราชายาก็ฉวยมือน้อยของต้าลู่ไปกุมไว้“ต้าลู่ เจ้าน่ะเหมาะจะเดินไปกับข้า!”“ท่านอาวั่งซู่ หากไม่คิดว่าท่านเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้ล่ะก็ ข้าคงไม่อยากให้ท่านจูงมือข้าเดินหรอกนะขอรับ”“หือ!” จินวั่งซู่ก้มลงมองใบหน้าน้อยๆ ที่เงยขึ้นสบตาเขาอย่างตั้งใจ เจ้าเด็ก ต้าลู่คนนี้ช่างเย่อหยิ่งเหมือนบิดานัก! “เจ้าช่างเป็นผู้มองการณ์ไกล รู้ว่าข้าเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้จากผู้ใด?”“ข้าได้ยินองครักษ์ของท่านแม่พูดกัน”“อืม! ขนาดฮ่องเต้ยังฟังข้า เช่นนั้นต้าลู่เจ้าก็ต้องฟังข้าด้วยเข้าใจไหม?” จินวั่งซู่ได้ทีจึงรีบถือโอกาสสำทับความสำคัญของตนเพื่อให้แฝดคนโตแห่งวังสามพยัคฆ์ยอมนับถือเขา!