่ยมนี้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนหลายอย่าง หากผู้ใดต้องการดื่มมันก็ต้องหาข้อต่อรองที่น่าสนใจมาหยิบยื่นให้พระองค์ทรงพิจารณา!รถม้าจากวังหลวงมาส่งเสด็จชินอ๋องถึงหน้าวังสามพยัคฆ์ พราชายา ฟ่านซิ่วอิงและจินวั่งซู่ช่วยกันจูงฝาแฝดทั้งสี่ออกมารอรับพระบิดา ในมือของชินอ๋องมีสุรายอดจันทรายื่นออกไปให้จินวั่งซู่รับไว้ คุณชายจินเห็นป้ายกระดาษสีแดงเขียนตัวอักษรสั้นๆ ติดอยู่ข้างไหก็ทำตาโต!“พวกเจ้าซุกซุนกันหรือไม่?” คำทักทายของชินอ๋องที่เพิ่งโผล่พระเศียรออกจากรถม้าทำเอาเด็กทั้งสี่ยกมือขึ้นโบกอย่างตื่นเต้น“ท่านพ่อ!” ทั้งสี่ประสานเสียงพร้อมกัน เป็นเพราะพราชายาไม่ต้องการให้โอรสและธิดาห่างเหินนางจึงไม่ยอมให้เด็กๆ เรียกชินอ๋องว่าเสด็จพ่อต้าลู่ผู้ตั้งตนเป็นพี่ใหญ่ ยกมือขึ้นทำท่าคารวะ“หม่อมฉันยินดีต้อนรับท่านพ่อกลับวังของเรา พะยะค่ะ”ชินอ๋องเห็นดังนั้นก็อดยิ้มกว้างออกมามิได้บุตรชายวัยสี่ขวบพูดจาฉะฉานชัดเจน “เจ้าได้เป็นพี่ใหญ่จริงๆ แล้วหรือ?”“พะยะค่ะ พวกเด็กทั้งสามยอมรับหม่อมฉันแล้ว”ต้าลู่ผายมือไปทางแฝดอีกสามคนที่ยืนพยักหน้าเรียงแถวอยู่ใกล้ๆ เป็นการรับรองว่าคำพูดของแฝดพี่ถูกต้อง ไม่ยอมรับได้อย่างไรในเมื่อต้าลู่รูปร่างสูงกว่าทุกคน มีเรี่ยวแรงก็มากกว่า ซ ้ายังชอบเลียนแบบท่าทางขององครักษ์ในวังยามฝึกอาวุธ ที่สำคัญยามนี้ต้าลู่ยังเรียกตนเองว่า ‘จอมยุทธ์ต้าลู่’ ใครกันจะกล้ามีเรื่องด้วย?ชินอ๋องอุ้มลูกชายคนโตขึ้นหอมแก้มซ้ายขว