ฮ่องเต้หมิงเฟยหลงนั่งจิบสุราเพียงเดียวดาย‘ช่วงระยะเวลาไม่นาน ข้าสูญเสียคนรอบข้างไปหลายคนเหลือเกิน บัลลังก์แห่งอำนาจนี้ถูกสาปจริงหรือ?ทั้งยากยิ่งจะไว้ใจคนรอบข้าง ทั้งยากจะดำรงจิตใจให้แข็งแกร่ง’ ไหล่ผึ่งผายค้อมลงเล็กน้อย ความสลดหดหู่ในพระทัยขยายขึ้นราวกับคลื่นวงกลมบนผืนน ้านิ่งยามทุ่มหินก้อนใหญ่ไป“พี่สาม ข้าจะดื่มเป็นเพื่อนท่าน” หงซือซือทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ข้างพระสวามี ศาลาน้อยริมน ้ายามหัวค ่ามีสายลมเอื่อยเฉื่อยพัดผ่าน หมิงเฟยหลงยิ้มน้อยๆ สองพระเนตรยังคงเศร้าสลด“พวกเขาล้วนบีบให้ข้าต้องลงมือโหดเหี้ยม”“ข้ารู้! รู้ว่าท่านลำบากใจเพียงใด”“อย่างน้อยพวกนางก็เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกับข้า แต่โทษทัณฑ์เหล่านั้นล้วนไม่อาจยกเว้นโดยชอบใจ” ฮ่องเต้ทรงรินสุราอีกจอกกระดกเข้าพระโอษฐ์“ท่านมิได้บีบให้พวกนางทำเสียหน่อย ล้วนเป็นพวกนางที่ไม่อาจหักห้ามความโลภความหลงของตน”“ซือซือ ข้าหวังให้เจ้าเป็นสตรีที่แตกต่างกับพวกนาง”หงซือซือขยับมานั่งจนชิดคล้องแขนข้างหนึ่งแล้วแนบแก้มลงบนต้นแขน พระสวามี “ท่านเบื่อหน่ายมานานแล้วหรือ?”“ที่ผ่านมาข้าอยู่ได้เพราะรู้ว่าพวกนางมิได้รักใคร่ใยดีข้าจากใจจริง พวกนางเพียงต้องการอำนาจวาสนาบารมีแก่ตนเอง ครอบครัวและเครือญาติ การเอาใจข้าล้วนเป็นไปเพื่อสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง จึงไม่อาจปลงใจกับสตรีใด”น ้าเสียงของหมิงเฟยหลงเศร้าสร้อยจนหงซือซือสะเทือนใจ นางไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน “พี่สาม