ท่านไม่อาจเศร้าได้นานเพราะแผ่นดินนี้ยังต้องพึ่งพาท่าน” “อืม! ข้าขอพักพิงเจ้าสักครู่” ฮ่องเต้เอียงพระเศียรซบกับนางหงซือซือนั่งนิ่งทอดสายตามองไปทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้า อุทยานวังหลวงงดงามยิ่งนัก หากแต่มีสักกี่คนกันเล่าที่ได้ชื่นชมด้วยจิตใจแช่มชื่น บางทีพวกบ่าวที่ดูแลสวนเองกระมังที่มีความสุขกับที่นี่อย่างแท้จริง!ฮ่องเต้รู้สึกอุ่นพระทัย อย่างน้อยพระองค์ก็ยังมีหงซือซืออยู่เคียงข้าง เมื่อนึกถึงแผ่นกระดาษที่รับรองคดีไฟไหม้วังชงหยวนจากพยานวัยชราที่เจอในเมืองชิงหลิว เห็นทีพระองค์คงต้องสืบเสาะเรื่องของหลวนเป้ยเล่อตัวจริงอย่างจริงจังเพื่อมิให้เกิดปัญหาหากจะให้หงซือซืออยู่ในตำแหน่งฮองเฮาสืบไป!“คงต้องให้ฟ่านหลี่เจี๋ยรื้อคดีวังหลังออกมาจัดการให้หมด” เสียงรำพึงแผ่วเบาดังขึ้นเหนือศีรษะนาง“มีอีกหลายคดีหรือเจ้าคะ?”ฮ่องเต้ก้มลงจุมพิตขมับหงซือซือ “ในเมื่อเจ้ากับข้าค้นหาความจริงมาเยอะแล้ว เหตุใดจึงจะไม่ทำให้จบเล่า?”หงซือซือเงยหน้าขึ้นทำตาโต “พี่สาม เช่นนั้นท่านอย่าลืมข้าจ้างของข้า”หมิงเฟยหลงเงยหน้าขึ้นเปล่งเสียงพระสรวลก้องทั่วสวน “ฮ่าๆ นึกว่าเจ้าจะเลิกงกแล้วซะอีก ได้ๆ ข้าจ่ายเต็มที่แค่อย่าเอาจนหมดตัวก็พอ”สองพระองค์เสด็จเคียงคู่กันเข้าตำหนักเป่าฉี ไป๋เพ่ยเจินกับหม่าหลันฮวาที่เดินตามหลังต่างอมยิ้ม ในที่สุดเจ้านายของพวกนางก็ไร้คู่แข่ง พวกนางสนมตำแหน่งน้อยๆ ที่เหลือคงไม่อาจจะมีโอกาสได้เชิดหน้าอีกแล้วในเม