ี่!” เมื่อเรียกแล้วนางยังไม่ขานรับฝ่ายนั้นจึงดึงแขนนาง “กัวมามาหลี่ ท่านเป็นอันใด?”นางกำนัลอาวุโสสะดุ้ง “ข้า เจ้าเรียกข้าหรือ?”“ก็ท่านน่ะสิ! ข้าเห็นท่านเดินใจลอยตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” นางมองไปรอบๆ อย่างมึนงง “ท่านเดินมาคนเดียวจากหลังตำหนัก ไปไหนมาหรือ?”“ข้าไปเรือนพักมา” นางทบทวนสิ่งที่ตนเองทำครั้งสุดท้าย คล้ายตกอยู่ในความฝัน กัวมามาหลี่ไม่รู้ว่าตนเองทำจริงหรือเป็นเพียงความฝัน“ได้เวลาเสวยกลางวันแล้ว ท่านรีบไปดูแลตั้งโต๊ะเถอะ” ขันทีรีบเร่งนาง“เออ…จริงด้วย!”หงซือซือกลับมาตำหนักเป่าฉีเปลี่ยนเครื่องทรงเรียบร้อยก็เรียกเติ้งเฉินฟู่ที่ยืนรักษาการณ์อยู่หน้าตำหนัก “เจ้าไปเฝ้าจับตามองคนในตำหนักห่าวซินจนกว่าคำสั่งจับกุมจะไปถึง”“พะยะค่ะ” องครักษ์เติ้งรีบรุดไปทันควัน ส่วนหลวนฮองเฮาก็รีบนำหน้านางกำนัลและขันทีเสด็จไปหาฮ่องเต้ยังห้องทรงพระอักษรอู๋กงกงเห็นขบวนเสด็จฮองเฮาก็รีบถวายการต้อนรับ “ฮองเฮา มิทราบว่าทรงเสด็จมาอย่างรีบร้อนมีธุระอันใดพะยะค่ะ?”“เจ้าไปทูลฝ่าบาททีว่า ฮองเฮามีเรื่องด่วนขอเข้าเฝ้า”“พะยะค่ะ” อู๋กงกงมีความยำเกรงฮองเฮาองค์นี้อยู่มากเพราะรู้ว่าฮ่องเต้ทรงให้เกียรตินางยิ่งนัก จึงรีบเข้าไปกราบทูล มิคาดว่าฮ่องเต้จะทรงลุกขึ้นมาต้อนรับพระนางถึงหน้าประตูด้วยพระองค์เอง“ฮองเฮาเจ้าเข้ามาก่อน” ฮ่องเต้ทรงโบกพระหัตถ์ไล่ให้ทุกคนรอข้างนอก ในห้องมีเพียงสองพระองค์เท่านั้นหงซือซือขยับเข้าไปใกล้พระสวามีกระซ