ซิ่นสือหันมามององครักษ์เติ้งในชุดนางกำนัลแล้วก็อดยิ้มมิได้ “ฟู่เอ๋อร์ เจ้าเป็นสตรีอย่าเลือดร้อนนักเลย ปล่อยให้บุรุษอย่างข้าทำดีกว่า”เติ้งเฉินฟู่หน้าตึง! “ข้าอุตส่าห์เป็นนางกำนัลเพื่อสืบความลับ เรื่องนี้น่าให้เป็นหน้าที่ของข้า”ไป๋เพ่ยเจินรีบยกมือขึ้นห้าม “อย่าเพิ่งวู่วาม! ข้าขอไปกราบทูลฮ่องเต้กับฮองเฮาก่อน”“ข้าจะให้คนจับตามองพวกนางเอาไว้!”ไป๋เพ่ยเจินจึงรีบรุดกลับตำหนักเป่าฉีเพื่อกราบทูลสิ่งที่เกิดขึ้นให้สองพระองค์ได้ทรงทราบ “ยามนี้หัวหน้าหู่กำลังจับตามองพวกนางเพคะ”“เจ้าทำได้ดีไป๋เพ่ยเจิน!” ฮองเฮายิ้มน้อยๆ ไป๋เพ่ยเจินนางกำนัลที่เคยเซ่อซ่ากวาดใบไม้อยู่ตำหนักเสียนเหลียงครั้งนั้น ยามนี้กลับกลายเป็นผู้ที่รอบคอบในการช่วยพระนางสืบความ“เจ้าให้ผู้ใดลอบเข้าไปในเรือนอานฉวน?”“ฟู่เอ๋อร์…เอ่อ…องครักษ์เติ้งในชุดนางกำนัลเพคะ”“หือ!” ฮ่องเต้ทรงสรวลเสียงดังลั่น นึกภาพชายหนุ่มร่างสูงในชุดนางกำนัลสวยงามไม่ออก “เจิ้นอยากเห็นฟู่เอ๋อร์ของเจ้าเสียแล้ว”“พี่สาม เรื่องนี้ให้ข้าไปจัดการกับไป๋เพ่ยเจินจะดีกว่า ท่านรอฟังข่าวอยู่ที่ตำหนักนี่ล่ะเจ้าค่ะ” หงซือซือหันไปบอกกับพระสวามี ฮ่องเต้ทรงอนุญาต ฮองเฮาจึงไปเปลี่ยนชุดนางกำนัลที่หลังฉากแล้วแปลงโฉมเป็นหม่าหลันฮวานางกำนัลคู่หู่ของไป๋เพ่ยเจินในทันที ส่วนไป๋เพ่ยเจินนางก็เดินออกไปหลอกเอาหม่าหลันฮวาที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านตำหนักเข้ามาแล้วรมผงนิทราให้นางก่อนจะลากไปนอนที่ห้องเล็ก