“ขันทีก่วน เจ้าจะหน้าบึ้งอยู่อีกนานไหม?”“หึ! เพราะใครกันล่ะ?” ขันทีก่วนสะบัดหน้าแรงก่อนที่ตรงไปยังเตียงบรรทม แหวกผ้าม่านออก “ท่านมาช่วยข้าสิเจ้าคะ?” ขันทีก่วนหันมามองฮ่องเต้อย่างหงุดหงิด หมิงเฟยหลงเดินมายังเตียงบรรทม“น่าอนาถเสียจริง! ฮ่องเต้อย่างข้าต้องมาอุ้มขันทีน้อยเยี่ยงนี้” เขาเดินเข้าไปช้อนใต้รักแร้ของขันทีก่วนที่นอนหลับอยู่บนเตียงบรรทม “เจ้าไม่ควรให้ผู้อื่นมาขึ้นเตียงของเราเช่นนี้อีก”“เจ้าค่ะ ตอนนั้นข้ารีบนี่นา!” หงซือซือรีบถอดชุดขันทีออก ฮ่องเต้จึงทรงสวมใส่ให้กับขันทีก่วนที่เหลือเพียงชุดข้างใน“เอาเขาไปไว้ไหนดี?”“เรียกคนมาหามออกไปสิเจ้าคะ บอกว่าขันทีก่วนเป็นลมในห้องบรรทม”“อืม…เจ้าความคิดดี” ฮ่องเต้ที่หิ้วขันทีก่วนมาไว้ตรงพื้นหลังประตูแสร้งออกไปเรียกให้ขันทีเฝ้าหน้าประตูออกมาอุ้มเอาขันทีก่วนกลับห้องพักหงซือซือยังหงุดหงิดกับภาพที่เห็นตลอดระยะทางที่ตามเสด็จฮ่องเต้ นางปีนขึ้นนอนหันหลังอยู่ด้านในเตียง ฮ่องเต้ทรงสั่งให้ขันทีเตรียมน ้าอาบพระองค์เดินเสียรอบวังหลวงในคืนนี้ ซ ้ายังต้องคอยระแวดระวังสายตาของคนที่ถือโคมอยู่ใกล้ๆ อีก ทั้งอึดอัดทั้งนึกขำ ตำหนักสุดท้ายที่เขาไปแวะมิได้อนุญาตให้นางตามเข้าไปข้างใน ป่านนี้หงซือซือคงจะหงุดหงิดมากแล้ว ฮ่องเต้หันกลับไปมองที่เตียงนอนม่านมุ้งถูกแหวกออก ร่างบางของภรรยานอนหันหลังอยู่ด้านในน ้าอุ่นพร้อมอาบ ชายหนุ่มจึงเข้าไปในเตียงนอนกอดเอวหญิงสาวในชุดตั