๋องเก้ายืนพิจารณาเส้นประที่ลากจากมุมหนึ่งออกเป็นมุมแหลม “ซือซือ จริงอย่างเจ้าว่าด้านนี้เป็นมุมแหลม”“ท่านเดินไปดูด้านโน้นสิเจ้าคะ” หงซือซือเดินรอบลานวัดไปหนึ่งรอบ นางเริ่มรู้สึกแล้วว่าที่นี่ต้องมีความลับซุกซ่อนอยู่ หมิงเฟยหลงเดินตามภรรยาไปตามรอยประ “เส้นนี้ถูกลากจากมุมหนึ่งไปมุมหนึ่ง เมื่อเราเดินตามรอยประจะพบว่าเราเดินไปสามมุมและกลับมาที่เดิม”“เหมือนบนแผนที่”“ใช่เจ้าค่ะ! พี่สามท่านดูนั่น เส้นประที่สองข้าลองเดินไปดูแล้ว มันคือสามเหลี่ยมอีกรูปที่ทับกันอยู่บนลานนี้ เพียงแต่เขียนใหญ่กว่ารูปแรกมากทั้งยังมีอาคาร รูปปั้นเทพเจ้าและต้นไม้ขวางอยู่ หากไม่สังเกตก็จะไม่รู้”ชายหนุ่มพยักหน้าเขาให้หู่ซิ่นสือเตรียมพู่กันกับกระดาษมาไว้แล้ว “เจ้าลองวาดดูสิว่าภาพทั้งหมดที่เจ้าเห็นเป็นเช่นใด”หงซือซือจึงวาดแผนที่ในวัดคร่าวๆ พร้อมเส้นประที่นางเดินตามไปจนทั่วลานทับลงไป “เหมือนในแผนที่เลยเจ้าค่ะ” นางมองไปรอบๆ ยามนี้ตะวันคล้อยต ่ามองสิ่งรอบข้างไม่ถนัดนัก “พี่สาม ข้าเคยได้ยินท่านพ่อกล่าวว่าบางทีคนสร้างขุมทรัพย์อาจจะใช้กลไกแสงแดดเข้าช่วย”“อย่างไรหรือ?”“เราอาจจะมากันตอนจวนค ่า จึงมองไม่เห็นสิ่งรอบข้างถนัดตา เช้าวันพรุ่งนี้ลองมากันแต่เช้าดีไหมเจ้าคะ? ไม่แน่ว่าแสงแดดอาจจะทำให้เราได้เจอเบาะแสสำคัญ” หมิงเฟยหลงทรงเห็นด้วย ครั้งแรกเขากับนางก็มาที่นี่ในยามค ่า หากมิใช่เพราะนางช่างสังเกตก็คงไม่รู้ว่าวัดนี้มีสัญลักษณ์เช