คุณชายมีอันใดหรือขอรับ?”“เมื่อวานข้ากลับมาได้ยังไง?”“ใต้เท้าฟ่านให้คนแบกท่านขึ้นรถม้ามาขอรับ”“อ้อ!” จินวั่งซู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก้มลงมองขาของตนเองที่พันผ้าไว้อย่างแน่นหนา แต่ยังไม่ทันจะได้ยันกายขึ้นนั่งอย่างสบายใจ พ่อบ้านจวนเจ้าเมืองก็เดินเข้ามาบอกว่าจะมีหมอมาช่วยทำแผลให้เขา“คุณชายจิน ท่านรับประทานอาหารให้เสร็จก่อนเถิดขอรับ กว่าจะทำแผลเสร็จเกรงว่าจะนานเกินไป”จินวั่งซู่เห็นอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าส่งกลิ่นยั่วยวนจึงรีบโขยกเขยกไปนั่งโต๊ะกลางห้องแล้วลงมือกินอาหารด้วยความโหยหิว เขาหลับไปตั้งแต่เย็นวานเท่ากับพลาดอาหารไปสองมื้อหลังพ่อบ้านสั่งบ่าวเก็บโต๊ะอาหารแล้ว ท่านหมอที่นัดไว้ก็เดินเข้ามา แค่เห็นนางเดินเข้าประตูห้องนอนจินวั่งซู่ก็แทบผวา “เจ้าตามข้ามาทำไม?”ฮูหยินเกายิ้มหวานใบหน้าของนางช่างยั่วยวนชวนให้เคลิบเคลิ้ม จินวั่งซู่รีบสะบัดหน้าเรียกสติ เขาจะเผลอใจไปกับนางไม่ได้ “เป็นเพราะบาดแผลของเจ้ารุนแรงเกินกว่าหมอที่นี่จะดูแลได้ ใต้เท้าฟ่านจึงต้องส่งคนไปตามข้าจากโรงหมอให้มาดูแลเจ้าเป็นพิเศษ”น ้าเสียงของนางอ่อนโยนนักจินวั่งซู่จะพยายามกระถดหนีแต่นางก้าวพรวดมาใกล้ช้อนร่างของเขาขึ้นอย่างง่ายดาย “จะ เจ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”“ข้ากับเจ้าเคยร่วมเตียงกันตั้งหนึ่งคืน นับว่าสนิทกันพอสมควร ไม่ต้องหนีหรอกน่า” พลังกำลังของจอมยุทธ์ผู้เฒ่าอย่างฮูหยินไร้รอยนับว่าร้ายกาจยิ่ง จินวั่งซู่หมดทางจะดิ้นหนี จำยอม