ขอรับ”“หึ! ข้าไปมาสองครั้งแล้ว นอกจากฟังสวีเม่ยบรรเลงผีผาแล้ว ข้าก็ไม่มีความสนใจอื่น ว่าแต่องครักษ์หู่นี่หวงสวีเม่ยเสียจริง หากไม่เห็นแก่ว่าข้าเป็นคนรู้จักล่ะก็ เขาคงไม่ยอมให้สวีเม่ย อ๊ะ! ไม่สิ ข้าลืมเสียสนิทว่านางชื่อจริงคือ เซี่ยเม่ย หู่ซิ่นสือคงไม่ยอมให้นางมาเล่นผีผาให้ข้าฟัง”จูจิ้นติ้งได้ยินเช่นนั้นยิ่งหน้าบึ้งตึงกว่าเดิม “หึ!คนผู้นั้น เห็นสตรีก็ลืมสหายร่วมรบ อย่าได้พูดถึงอีกเลย!”“องครักษ์จู ดูท่าที่เจ้าอารมณ์เสียวันนี้ก็เพราะเรื่ององครักษ์หู่สินะ”“ใช่!” จูจิ้นติ้งกระแทกจอกสุราที่เพิ่งยกกระดกลงบนโต๊ะ“ได้ยินว่าฮ่องเต้มอบสมรสพระราชทานให้เขากับเซี่ยเม่ยแล้วมิใช่หรือ?”“เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ข้าถึงได้โมโหอยู่นี่”“เอาน่า! หากเจ้าอยากมีสตรีรู้ใจก็ค่อยๆ มองหาหญิงสาวในเมืองหลวงก็มีมากมายหรือพอใจสตรีที่เมืองชิงหลิวก็เลือกเอาได้นี่”“ไม่! ข้าอยากได้สตรีที่มาด้วยโชคชะตาเหมือนหู่ซิ่นสือ”“หือ!” จินวั่งซู่ทำหน้าเหมือนกินยาขม “เช่นนั้นก็คงต้องพึ่งพาสวรรค์แล้ว”ได้ยินจิ่นวั่งซู่กล่าวเช่นนั้น จูจิ้นติ้งก็ยิ้มกว้าง“อืม! บางทีข้าอาจจะต้องพึ่งพาสวรรค์จริงอย่างที่ท่านว่า” เขารีบรินสุราให้กับคุณชายจิน “เรารีบดื่มให้หมดกากันเถอะ ข้ามีที่ที่อยากไปแล้ว” จากนั้นจินวั่งซู่ก็ถูกจูจิ้นติ้งชนจอกครั้งแล้วครั้งเล่าแบบไม่หยุดพักจนเหล้าหมดกาทั้งสองเดินกลับไปที่จวนเจ้าเมือง เมื่อได้ม้ามาคนละตัวก็ขี่ตามกันไปยังวัดพระโ