พธิสัตว์ที่ริมกำแพงเมือง“เจ้าคิดอยากไปไหนหรือ?”“วันก่อนข้าขี่ม้าผ่านวัดพระโพธิสัตว์เห็นว่าวันนี้ควรจะมาขอพรสักหน่อย”คุณชายจินทำหน้าเหวอ “เจ้าเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ?”“ก็ท่านแนะนำว่าข้าอาจจะต้องพึ่งพาสวรรค์นี่ ไม่มาที่นี่แล้วจะไปหาสวรรค์ได้ที่ใดกัน?” องครักษ์จูเดินนำหน้าเข้าไปยังศาลด้านใน เขาเดินไปจุดธูปแล้วคุกเข่าอธิษฐานอย่างจริงจัง จินวั่งซู่เห็นแล้วก็นึกสนุก‘เห็นท่าจูจิ้นติ้งจะเอาจริง นี่คงอิจฉาหู่ซิ่นสือมากสินะ’“ท่านมาอธิษฐานด้วยกันสิ! ท่านเองก็ยังมิได้แต่งงานเหมือนข้านี่” จินวั่งซู่หน้าม้าน จูจิ้นติ้งพูดราวกับเย้ยหยันเขาอยู่ในที“มีผู้หญิงมาให้ข้าเลือกมากมาย แต่ข้ายังไม่ถูกใจสตรีใดต่างหาก” ใบหน้าของจินวั่งซู่เชิดขึ้นน้อยๆ เขาถือว่าตนเองรูปร่างหน้าตาดีมากจนติดอันดับชายหนุ่มในฝันของสตรีในเมืองหลวง หนำซ ้าฐานะชาติตระกูลก็ทั้งร ่ารวยและสูงส่ง“อ้อ!….” น ้าเสียงและท่าทางของจูจิ้นติ้งเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อถือคำบอกเล่าของอีกฝ่ายเท่าใดนัก ‘คนโสดนานก็แบบนี้ ล้วนมีข้ออ้างให้กับการอยู่คนเดียวมากมาย’จินวั่งซู่หน้าตึงเมื่อเห็นองครักษ์จูทำหน้าเหมือนเขาเป็นคนโกหก “ข้าพูดจริง แม่สื่อมาเยือนคฤหาสน์จินตั้งหลายคน พวกเขาได้รับการไหว้วานให้มาติดต่อกับข้าเพื่อให้พิจารณาสาวงามไม่เว้นแต่ละวัน”องครักษ์จูที่ตั้งใจอธิษฐานเรียบร้อยแล้วลุกขึ้นมองหน้าคู่สนทนา “หากเป็นเช่นนั้นจริงบางทีท่านอาจจะต้องพึ่งพาสวรรค์