บเขาอย่างไรก็ไม่เหมาะสมกับ สู้ดีอย่ามีสัมพันธ์เลยจะดีกว่า ดูก็พอรู้ว่าฐานะและตระกูลของหู่ซิ่นสือผู้นี้มิใช่ธรรมดา ข้าจะเข้าไปในตระกูลเขาได้อย่างไร?”ฟั่นชุนหลันมิกล้าเอ่ยปากยุยง หากคุณหนูของนางต้องเข้าไปในตระกูลขุนนางใหญ่เช่นนั้นจริงปลายทางอาจมิใช่ความสุขอย่างที่คาดหวัง “อืม…ก็จริง”หู่ซิ่นสือเคาะประตูห้องนั้นสองรอบเป็นจังหวะที่ตกลงกันไว้ จึงได้ยินเสียงอนุญาต “ข้าน้อยมาช้าโปรดให้อภัยขอรับ”หมิงเฟยหลงยกถ้วยน ้าชาร้อนๆ ขึ้นเป่าไอออกก่อนจิบเล็กน้อย เขามานั่งรอที่ห้องพักขององครักษ์หู่ได้เกือบสองเค่อแล้ว “เจ้าคงมีธุระส่วนตัวมากจนมิค่อยมีกะจิตกะใจจะรับใช้ข้าแล้วกระมัง?”“หามิได้ขอรับ”“หากเจ้าคิดจะเอานางกลับเมืองหลวงด้วยก็รวบหัวรวบหางเสียให้เรียบร้อยก่อน” ฮ่องเต้ปรายพระเนตรมองหู่ซิ่นสือ องครักษ์ที่ติดตามพระองค์มาแต่เล็กแต่น้อยยืนก้มหน้านิ่ง “เจ้าชอบนางใช่หรือไม่?”“ขอรับ”“เช่นนั้นอย่ามัวช้กช้า หากเจ้าไม่บอกนางให้ชัดเจนนางย่อมไม่รู้ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด”“หากนางไม่อยากแต่งงานกับขุนนางเล่าขอรับ?”“แค่เจ้าทำให้นางยอมตกเป็นของเจ้าไม่ว่าเจ้าจะมีอาชีพหรือตำแหน่งใด ถึงยามนั้นนางก็จะไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว” หมิงเฟยหลงยกยิ้มมุมปาก “อย่ามัวแต่เป็นสุภาพบุรุษอยู่นักเลย”