ว้งกัดเราได้”“ตอนที่เราเข้าไปในหมู่บ้าน ข้าเห็นคนผู้หนึ่งที่ดูจะได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้านพวกนั้น” หงซือซือนึกถึงตอนที่นางกำลังจะเดินเข้าไปที่โรงครัว เห็นคนกลุ่มแรกมายืนชุมนุมกัน ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่ค ้าไม้เท้าเดินนำหน้าหันไปชี้สั่งซ้ายขวาผู้นั้นน่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับนับถือ“เราเข้าไปก่อนก็ควรไปสืบให้แน่”หู่ซิ่นสือนำรถม้าไปจอดหลังเรือนน้อยหลังหนึ่งที่อยู่ริมด้านนอก “เถ้าแก่ยามนี้พวกเขาน่าจะกลับมาจากการไปขุดโคลนเพื่อหาทรัพย์สินกันแล้วขอรับ”หลังจากน ้าและโคลนได้พัดพาเอาบ้านเรือนและสัตว์เลี้ยงกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่รายรอบก่อนจะวาดลงไปแม่น ้าบางส่วน แต่ละวันหลังจากรับอาหารแจกแล้ว เหล่าผู้หนีภัยพิบัติก็จะออกไปค้นหาคนที่สูญหายซากศพ สัตว์ หรือทรัพย์สินที่อาจจะติดอยู่ตามต้นไม้เนินเขา โขดหิน บัดนี้น ้าลดไปมากแล้ว ซากความเสียหายต่างๆ ก็พอจะติดตามหาได้ แต่ส่วนที่โคลนทับไว้ก็มีอีกมาก พวกเขาจึงต้องคอยไปขุดหาในบริเวณที่ดินโคลนพวกนั้นเริ่มแข็งตัว แต่ละวันอาจจะมีข่าวน่าเวทนาว่ามีผู้พบศพญาติพี่น้องหรือสัตว์เลี้ยงหรืออาจจะมีข่าวน่ายินดีว่าพบญาติที่รอดชีวิตซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้และติดอยู่บนที่สูงบางแห่งผู้ที่รู้ว่าคนในครอบครัวตนเองเสียชีวิตและพบศพได้ประกอบพิธีเรียบร้อยก็ทยอยย้ายออกไปคิดทำมาหากินหรือตั้งรกรากที่อื่น เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ไม่อาจอยู่อาศัยได้ถาวรเนื่องจากที่ดินโดยรอบล้วนจมอยู่ใ