ะเดี๋ยว”“ได้สิ! ไปเลย เดี๋ยวข้าเฝ้าให้เอง” นางอาสาแทบจะฉีกยิ้ม“เฝ้าให้ดีๆ ล่ะ อย่าให้ข้าถูกคุณหนูใหญ่สั่งโบยเทียว”“อืม…ข้าเฝ้าดีแน่” เมื่อบ่าวผู้นั้นคล้อยหลังไปนางรีบหยิบเอากระบอกไม้ไผ่เล็กออกมาตักน ้าข้าวต้มแล้วปิดจุกซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างเดิม ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปด้านหลัง เอาเข็มพิษออกมาทดสอบเข็มเงินเคลือบยาสมุนไพรของนางกลายเป็นสีแดงเข้ม ‘พิษนี้ไม่ออกฤทธิ์ทันที หวังผลให้ตายในเช้าวันพรุ่งนี้ นางช่างทำได้แยบยลนัก’ เมื่อรู้ผลชัดแล้วหงซือซือจึงอ้อมออกด้านหลังครัวแล้วอ้อมไปนั่งปะปนอยู่ในหมู่ชาวบ้าน ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดเก่าๆ ขาดๆที่นั่งถือถ้วยข้าวต้มกับหมูเค็มรออยู่ทำหน้าไม่พอใจ“เจ้าช้านัก ข้าทนรอไม่ไหวกินข้าวต้มจืดกับหมูเค็มรอแล้ว แต่ว่านี่มันช่างเป็นรสชาติที่แย่ที่สุดในชีวิตข้า” หมิงเฟยหลงแทบจะสบถออกมา หากมิได้มาเข้าแถวรับแจกอาหารด้วยตนเองเขาคงคาดไม่ถึงว่านี่จะเป็นเพียงข้าวต้มน ้าเปล่ากับหมูที่ใกล้จะบูดหมักเกลือ“พวกเขาซื้อหมูใกล้เน่าพวกนี้มาทำไมกัน?”หงซือซือได้ยินพระสวามีบ่นเช่นนั้นก็ลองตักข้าวต้มและหมูเค็มขึ้นมาชิม“แหวะ! นี่คงเป็นหมูที่พ่อค้าขายเหลือแล้วพวกเขาไปเหมามาในราคาถูกล่ะสิ มันใกล้เสียแล้วนี่ ข้าวต้มก็ไม่มีรสอันใดท่านยังจะกินลงอีก”“ข้าชิมไปแค่สองคำก็แทบจะไม่ไหวแล้ว เจ้าดูพวกเขาสิ กินราวกับมันเป็นของอร่อยเสียเต็มประดา”ชายหนุ่มมองไปรอบๆ “พวกเขาคงอดอยากมากจริงๆหากข้าไม่มาที่นี