เมื่อหู่ซิ่นสือรู้ความจริงแล้ว สวีเม่ยจึงไปเรียกชุนเหรินออกมาปรึกษาหารือกันเรื่องที่จะให้นางย้ายไปอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่ของนางที่ชนบทเมืองฉู่จิ้ง“หากข้าสองพี่น้องสามารถยื่นข้อมูลทุจริตของเจ้าเมืองหยางได้แล้ว พวกเราจะเดินทางกลับไปอยู่กับครอบครัว”“ในเมื่อคุณหนูใหญ่คิดจะเอาชีวิตเจ้าแล้ว ชีวิตพี่สะใภ้เจ้าย่อมเสี่ยงยิ่งกว่า แม่นางชุนเจ้ารีบเก็บข้าวของเถิด ก่อนฟ้าสางควรเดินทางได้แล้ว เอาไว้ค่อยแจ้งพี่ชายเจ้าทีหลัง”“ข้าก็คิดเช่นนั้น ยามนี้ข้าเป็นห่วงว่านางจะคิดเอาชีวิตเสี่ยวหลง” ชุนเหรินรู้ว่าหยางเยียนเป็นคนโทสะร้าย นางเคยเผชิญหน้ากับสตรีผู้นั้นคราหนึ่ง ดีที่พี่อวี่ซีมาช่วยไว้ได้ทัน“ภรรยาของใต้เท้าเซี่ยไม่มีบุตรหรอกหรือ?”“หึ! จะมีได้อย่างไรกัน? พี่ชายของข้ายังไม่ยอมแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว” ใบหน้าของสวีเม่ยบึ้งตึงเมื่อนึกถึงความร้ายกาจของหยางเยียน“มิน่า! นางถึงแค้นเจ้ากับแม่นางชุนยิ่งนัก ผู้หนึ่งก็มีบุตรด้วยกัน อีกผู้หนึ่งก็ได้รับความรักใคร่เอาใจใส่”“นางผูกใจเจ็บข้ายิ่งกว่าผู้ใด คุณหนูใหญ่เคยไปอาละวาดที่หอซิงเยว่ตอนที่ข้าอยู่ที่นั่นหลายครา ทว่าท่านพี่มาช่วยได้ทุกครั้ง พอข้าเริ่มตั้งครรภ์ท่านพี่จึงได้พาข้าออกมาอยู่นอกเมือง” ชุนเหรินสีหน้ากังวล นางห่วงความปลอดภัยของบุตรชายมากกว่าความปลอดภัยของตนเองเซี่ยอวี่ซีเตรียมรถม้าไว้ให้ภรรยาคันหนึ่งพร้อมด้วยบ่าวที่ช่วยดูแลบ้านซึ่งพอมีฝีมือการต่อสู้อ