บอกว่ามีคนเผาวังเพื่อหวังฆ่าคนจึงรีบพาพวกเราหลบหนีออกจากเมืองหลวงในยามดึก บัดนี้ผลัดรัชกาล ข้าได้ข่าวว่าคนในวังแห่งนั้นล้วนเสียชีวิตทั้งหมด”“ไม่มีผู้ใดมาตามล่าพวกท่านหรือ?”“พวกเราอยู่ไกลถึงเพียงนี้ ซ ้ามิได้คิดจะกลับเมืองหลวงอีก บางทีพวกเขาอาจจะได้สิ่งที่ต้องการแล้วและจัดการทุกสิ่งได้หมดจดแล้วจึงไม่ได้สืบหาผู้ใดอีก”หมิงเฟยหลงมองนางด้วยความแปลกใจ“ท่านคงสงสัยว่าเหตุใดข้าจึงกล้าเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง?”“ใช่”“ดูจากลักษณะของท่านไม่น่าจะเป็นคนธรรมดาท่าทีเย่อหยิ่งทระนงองอาจเช่นนี้ข้าเคยเห็นเพียงในขุนนางชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น”หมิงเฟยหลงอึ้ง เขายอมรับว่าสายตาของเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้ช่างคมกริบเหนือกว่าคนทั่วไป เห็นทีท่านพ่อของนางคงจะมิใช่พ่อค้าทั่วๆ ไป “หากข้าอยากจะพบท่านพ่อของท่านจะได้หรือไม่?”“ได้! บ่ายนี้ท่านไปหาข้าที่คฤหาสน์ตระกูลซุนก็แล้วกัน”“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย”นางเดินดูผ้าทั้งหมดที่เหลือจากการขาย “เอาเป็นว่าข้ายินดีเหมาที่เหลือทั้งหมด พวกท่านเอาไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลซุนแล้วรับเงินที่นั่นเถิด”“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย”เจียงฟางหรูพิจารณาสองสามีภรรยาตรงหน้า“สง่าราศรีของพวกท่านช่างโดดเด่นนัก ข้ายินดีที่ได้รู้จักพวกท่าน” นางเอ่ยแล้วเดินไปขึ้นรถม้าเมื่อนางกลับไปถึงคฤหาสน์สกุลซุนก็รีบตรงไปที่รั้วด้านหลังแล้วเปิดประตูเล็กไปยังเรือนสกุลเจียงเรือนหลังน้อยที่สวนด้านหลังมีชายชราผู้หนึ่งกำลังชงชาด้วย