นอาหารเช้าเสร็จ หู่ซิ่นสือก็เตรียมรถม้าที่บรรทุกผ้าไหมล ้าค่านับร้อยพับทั้งสามคันออกมาจอดเรียงรายรอที่หน้าโรงเตี๊ยม พวกเขาตรงไปยังศาลาว่าการเมืองชิงหลิวตามที่เถ้าแก่หวางได้แจ้งเอาไว้ยามเฉินเหล่าฮูหยินขุนนางที่ได้ฟังข่าวว่ามีเถ้าแก่ร้านผ้าใหญ่มาจากเมืองหลวงนำเอาผ้าแพรพรรณงดงามมาจำหน่ายก็รีบรุดกันมาจับจองทันที“เถ้าแก่และฮูหยินช่างรูปงามนัก เสื้อผ้าของพวกท่านก็ช่างหรูหราสมกับเป็นเจ้าของร้านผ้าในเมืองหลวง ดูผ้าพวกนี้สิ เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นผ้างดงามถึงเพียงนี้” ฮูหยินของท่านเจ้าเมืองเมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ที่มาค้าผ้าแต่งกายด้วยแพรพรรณและเครื่องประดับราคาสูงลิ่วก็อดจะตื่นเต้นมิได้ ซ ้าทั้งสองยังมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามยิ่งนัก ดูอย่างไรก็น่าจะเป็นผู้มั่งคั่งอย่างมากแน่ๆพวกนางตื่นเต้นกับพับผ้าจำนวนมากที่หู่ซิ่นสือสั่งให้ผู้ติดตามทั้งหลายแบกลงมาเรียงไว้ให้พวกนางได้เลือกสรร หมิงเฟยหลงมิรู้ว่าจะตั้งราคาอย่างไรจึงได้แต่บอกให้พวกนางหันไปถามฮูหยินของเขาที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ ดวงตาของหงซือซือวาววับ หมิงเฟยหลงแอบอมยิ้มน้อยๆ เพราะรู้ว่านางคงขัดเคืองที่ฮูหยินพวกนางพยายามจะมาเกาะแกะพูดคุยกับเขา“พวกท่านสอบถามภรรยาของข้าได้ หากอยากต่อราคาก็ปรึกษานางได้เลย ทุกอย่างข้าเชื่อฟังนางอยู่แล้ว”“วุ้ย! เถ้าแก่หลง ท่านช่างน่ารักเสียจริง นอกจากจะรูปงามปานเทพเซียนแล้วยังรักภรรยามากอีกด้วย ดูสิเงินทองก็ให้นางเป็นผู้เก็บรัก