เป็นมือปราบที่นี่”“หรือว่าท่าน….ท่านคือใต้เท้าเซี่ย” ใบหน้าของหงซือซือแสดงความตื่นเต้น“ใช่! ข้าเอง” ชายหนุ่มร่างสูงกำยำใบหน้าคมคายตรงหน้าดูไม่เข้ากับเรื่องนินทาที่นางได้ยินมาเลย“ยินดีที่ได้พบใต้เท้าเซี่ยขอรับ นายข้าคงเรียกหาแล้วต้องขอตัว”เซี่ยอวี่ซีแปลกใจที่เจ้าหนุ่มผู้นั้นรีบร้อนจากไปนักคืนนี้เขาต้องออกตรวจตรารอบเมืองชิงหลิวให้เรียบร้อย ดึกสักหน่อยคิดจะแวะไปหาชุนเหรินกับบุตรชายที่ชานเมืองแล้วค่อยกลับจวนเจ้าเมือง นึกถึงภรรยาอารมณ์ร้ายอย่างหยางเยียนแล้วก็เหนื่อยใจแม้จะแต่งงานมาเกือบปีแล้วนางก็ไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยสักนิด แต่เขาก็มิได้ใส่ใจนางสักเท่าใดเขาเพียงทำตามข้อตกลงกับเจ้าเมืองหยางเท่านั้นหงซือซือเดินกลับไปยังโต๊ะเมื่อเห็นสามีเริ่มตาปรือก็รีบจ่ายเงินแล้วเข้าไปประคองเขา “เกิดเรื่องด่วนขึ้นที่บ้านข้า แม่นางทั้งหลายเห็นทีคืนนี้ข้าต้องพาพี่ใหญ่กลับก่อนเอาไว้วันหน้าค่อยมาคุยกับพวกเจ้าใหม่” เพื่อมิให้คนเหล่านั้นเหนี่ยวรั้งนางจึงหยิบถุงเงินในสาบเสื้อออกมาโยนลงบนโต๊ะ “นี่เอาไว้ให้พวกเจ้าแบ่งกันเป็นค่าดูแลพวกข้าสองคนในคืนนี้”หมิงเฟยหลงเห็นภรรยาเดินมาประคองให้เขายืนก็แสร้งทำตัวเมาสักหน่อย เขาพอใจที่นางยกแขนเขาขึ้นพาดบ่าแล้วพาออกมาจากหอคณิกาเสียที “น้องหญิงเรารีบกลับโรงเตี๊ยมกันเถิดข้าจะไม่ไหวแล้ว”“ท่านขี่ม้าไหวหรือไม่?”ทันใดหู่ซิ่นสือก็บังคับรถม้ามาจอดต่อหน้า “เชิญพวกท่านขึ้นมาเถิด”“เจ้าไปเอ