”ชินอ๋องเงยหน้ามองอย่างแปลกใจเพราะไม่คิดว่าน้องชายจะเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว เมื่อจบการปราชุมในท้องพระโรงเที่ยงวันนั้น ชินอ๋องเดินตามหลังฮ่องเต้ไปยังห้องทรงพระอักษร “ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องอยากจะกราบทูล”ท่านอ๋องเก้าเสด็จนำเข้าไปในห้องทรงพระอักษรชินอ๋องที่ก้าวตามมาติดๆ หัวเราะหึๆ อยู่ข้างหลัง “ชินอ๋องเจ้าหัวเราะอันใด?”“เจ้าไม่ต้องวางท่าเยอะนักหรอก ข้ารู้ว่าเจ้ามิใช่ฮ่องเต้”“หือ!” อ๋องเก้าหันหน้าขวับจึงได้เห็นพี่ชายตนกำลังยืนยิ้ม เห็นสายตาของชินอ๋องส่อแววรู้ทันก็ยืนยิ้มเจื่อน “ท่านรู้ได้อย่างไร?”“เจ้าสูงกว่าฮ่องเต้เล็กน้อย นิ้วของเจ้ายาวกว่าเขาทั้งช่วงคอด้วย”“ท่านสังเกตเห็นถึงเพียงนั้น?”“พวกเจ้าเป็นพี่น้องของข้า แค่เห็นท่าเดินก็สะดุดใจแล้ว”“ท่านนี่จริงๆ เล้ย!” อ๋องเก้านั่งทิ้งร่างลงบนเก้าอี้เบาะนุ่ม “น่าจะบอกกับข้าว่ารู้แล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องนั่งเกร็งตอนอยู่ในห้องปราชุมวันนี้”“ข้าก็แค่อยากรู้ว่าเจ้าจะเป็นฮ่องเต้ได้ดีหรือไม่?”“หึ! ข้านี่นะจะอยากเป็นฮ่องเต้ แค่นั่งอยู่ข้างบนนั่นก็น่าเบื่อจะแย่แล้ว ไหนจะต้องแก้ปัญหาสารพัดอย่างอีก ข้าอยากกลับวังไปช่วยลี่เอ๋อร์ดูแลสวนผักแล้ว” พราชายาหานซู่ลี่ของท่านอ๋องเก้ามีกิจการสวนผักใหญ่โต ผักจากสวนของนางถูกส่งไปขายทั่วทั้งเมืองหลวงทำรายได้มากกว่าเบี้ยหวัดพราชายาที่ท่านอ๋องมอบให้ในแต่ละเดือนเสียอีก“พี่สามให้เจ้าอยู่นี่นานแค่ไหน?”“ท่านไม่เห็นหรือว่าข้าขนครอ