ม ผู้ใดจะเจ้าเล่ห์เกินไปกว่าท่าน” นางยิ้มหวานให้กับพระสวามี“เจ้ายิ้มแบบนี้อีกแล้ว ทำให้ข้าอยากจะไล่คนอื่นไปไกลๆ”ท่านอ๋องเก้าเห็นพระเชษฐาทำกะลิ้มกะเหลี่ยกับภรรยาคนล่าสุดก็รู้สึกหมั่นไส้ “อะแฮ่ม! หม่อมฉันกับพราชายายังอยู่นะพะยะค่ะ”ฮ่องเต้ตวัดสายตามองสองสามีภรรยา “อ้อ! ข้าลืมไป เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยกลับไปก่อนก็แล้วกัน”อ๋องเก้าหันไปทางพราชายาหานซู่ลี่ “น้องหญิงเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม? ฝ่าบาทต้องการกำจัดอุปสรรคแรกคือพวกเรา ได้เวลากลับวังไปดูแลลูกๆ แล้ว”“เพคะ ท่านพี่”อ๋องเก้าทรงนำพราชายาถวายบังคมลาแล้วจับมือภรรยาเดินออกจากตำหนักเป่าฉีไป หงซือซือหันไปค้อนพระสวามีเล็กน้อย แต่ก็คิดว่านี่เป็นเวลาเย็นมากแล้วควรเป็นเวลาที่จะได้อยู่กันตามลำพัง“พี่สาม ท่านหิวหรือไม่?”“ถามเช่นนี้เจ้าหิวแล้วล่ะสินะ” ดวงตาคมปลาบคู่นั้นจ้องนางด้วยความหลงใหล หงซือซือมองตอบด้วยสายตาเดียวกัน“ท่านรู้ใจข้าอีกแล้ว” นับตั้งแต่วันที่นางบอกว่าจะรับผิดชอบเขา หมิงเฟยหลงก็รู้ได้ว่านางทำอย่างที่รับปาก หงซือซือเป็นสตรีที่แปลกนัก นางไม่แง่งอน ไม่ขี้หึง ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดนอกจากความเป็นห่วงแล้วนางก็มิได้ทำให้เขาหนักใจแต่อย่างใด เพียงแต่บางครั้งเขาก็กลัวว่านางจะเป็นห่วงเขามากเกินไปจนลืมระมัดระวังตัวเองหลวนฮองเฮาลุกขึ้นยืนแล้วสั่งให้นางกำนัลข้างนอกเตรียมตั้งโต๊ะเสวย “อาหารมื้อนี้ข้าสั่งที่ข้าและท่านชอบไว้เรียบร้อยแล้ว พี่สามท่านกินให้มากเถ