ิ่งใด ไป๋เพ่ยเจินแอบเหลือบมองโต๊ะเสวยเล็กน้อย แล้วหันมาสั่งให้เหล่านางกำนัลเก็บผ้าพวกนั้นไปซัก ยกเว้นผ้าปูที่เปื้อนเลือดพรหมจรรย์นั้นนางรีบพับเก็บเอาไว้ ‘อืม…เมื่อคืนช่างเป็นคืนที่ดีนัก จากนี้ไปข้าก็จะมีโอกาสได้ช่วยดูแลพระโอรสเป็นแน่ อนาคตก็คือพี่เลี้ยงองค์รัชทายาท โอว…ช่างน่าตื่นเต้นนัก’ข่าวคืนอันหวานชื่นของฮ่องเต้กับฮองเฮาแพร่สะพัดไปทั่ววังหลังภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามนั่นเป็นเพราะผู้รับสินบนในการส่งข่าวจากตำหนักเป่าฉีมีมากกว่าหนึ่ง ยืนยันข่าวนี้ด้วยการที่ฮ่องเต้ทรงงดออกว่าราชการหนึ่งวันและอีกสองวันข้างหน้าทรงมอบหมายให้ชินอ๋องเป็นผู้แทนพระองค์ว่าราชการแทน โดยอู๋กงกงเป็นผู้นำราชโองการไปส่งถึงวังสามพยัคฆ์“นี่แค่เข้าหอ ฮ่องเต้ก็มิทรงรับผิดชอบงานเสียแล้วหรือ?” ชินอ๋องกัดฟันกรอดๆ ขณะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้อู๋กงกง ฝ่ายฟังทำหน้าปุเลี่ยนๆ“หม่อมฉันเห็นว่าระยะนี้ยากที่ผู้ใดจะแยกฝ่าบาทกับฮองเฮาได้ พะยะค่ะ”ก่อนที่ชินอ๋องจะผรุสวาทออกมาอีกประโยค พระชายาฟ่านซิ่วอิงก็ยื่นมาจับแขนของพระองค์ไว้ “ท่านอ๋องพอเถิดเพคะ เราควรจะแบ่งเบาภาระฮ่องเต้มิใช่หรือ?” ชินอ๋องหันไปสบตาพราชายา เมื่อเห็นนางขึงตาเล็กน้อยก็รีบหุบพระโอษฐ์ในทันที อู๋กงกงเห็นว่าพราชายากอบกู้สถานการณ์ไว้ได้ก็รีบขอตัวลากลับ“อิงเอ๋อร์เห็นไหมว่าเสด็จพี่ของข้าเหลวไหลเพียงใด?”“ท่านอ๋องทำยังกับตนเองมิเคยทำเช่นนั้นมาก่อน” นางตวัดสายตาคมกริบขึ้นสบตา