จึงยอมปล่อยเมื่อเห็นว่านางเผลอกลั้นหายใจ “เจ้าจะยอมอยู่กับข้าหรือยัง?”ใบหน้าของทั้งสองยังคลอเคลียกันอยู่ หงซือซือรู้สึกได้ว่าหัวใจของนางเต้นรัวราวกลองศึกบนกำแพงเมือง ฝ่ามือข้างหนึ่งของพี่สามสอดเข้าไปลูบไล้เนื้อบริเวณบั้นท้ายของนาง ความร้อนจากฝ่ามือของเขาทำเอานางรู้สึกวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย“ขะ ข้ายังไม่แน่ใจ” เมื่อนางตอบเช่นนั้นเขาก็แนบริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากบนของนางอีกครั้ง ดูดเบาๆ ที่กลีบปากบอบบาง คราวนี้เขาเริ่มดูดดึงชอนไชอย่างเร่งเร้าและเรียกร้อง จนลมหายใจของนางเริ่มถี่กราชั้น มือที่ล้วงอยู่บั้นเอวเลื่อนไล้ขึ้นมาถึงกลางหลังอีกข้างก็ดึงเชือกที่สาบเสื้อให้คลายออกจนขยับไปจนถึงใต้ฐานก้อนเนื้อนุ่มริมฝีปากของหมิงเฟยหลงเคลื่อนมาด้านข้างใบหน้าและเลยไปถึงใบหู เขาเม้มดูดติ่งหูของนางพลางใช้ลิ้นดุนดันในขณะที่นางสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่ของชายหนุ่มกอบกุมความนุ่มละมุนใต้เอี๊ยมตัวน้อย“อา….พี่สาม” มือของนางสอดเข้าใต้ท้ายทอยซ ้ายังเผลอกดเข้าไปในหนังศีรษะเขาหลายครั้ง เขาเลื่อนริมฝีปากไปแนบใบหู“เจ้าจะอยู่กับข้าใช่หรือไม่?” น ้าเสียงกระเส่ากับลิ้นที่สอดส่ายอยู่ริมใบหูทำให้นางเผลอครวญครางออกมาอีกครั้ง เขากระซิบแผ่วเบา “ข้าอยากอยู่กับเจ้า”ฝ่ามือที่เคล้นคลึงหน้าอกสร้างความซ่านให้นางนัก เขาเอ่ยจบก็ขยับมาจูบนางอย่างดูดดื่มซ ้าอีกรอบ เมื่อเขาไล่ริมฝีปากไปตามลำคอของนางจนถึงแนวไหปลาร้านางเผลอครางด้ว