ความสุขนัก’ฮ่องเต้ทรงนอนตะแคงข้างกอดอกหันไปมองใบหน้างดงาม กว่าจะตัดพระทัยโบกพระหัตถ์ดับเทียนในห้องได้ก็เนิ่นนาน ‘คืนเข้าหอที่มีค่าดั่งทองของข้าเอาไว้คิดบัญชีรวบยอดในวันหน้าก็แล้วกัน’จวนจะฟ้าสาง หงซือซือรู้สึกอาการเย็นลงมากมือของนางจึงควานหาบริเวณที่อบอุ่น พลันพบซอกหนึ่งใกล้ตัว นางจึงกระถดกายเข้าไปใกล้มือสองข้างคว้าท่อนแขนนุ่มนิ่มของคนที่นอนข้างไว้แล้วแนบแก้มเข้าไป หมิงเฟยหลงที่ทรงระวังพระองค์อยู่เป็นนิจรู้สึกได้ว่าร่างที่นอนอยู่ร่วมเตียงขยับเข้ามาชิดแขนของตนจึงหันไปก้มลงมองนาง ศีรษะของหงซือซือชิดอยู่บนหัวไหล่ ฮ่องเต้ทรงยิ้มด้วยความปิติแล้วก็แสร้งหลับตาเมื่อเห็นว่านางกำลังขยุกขยิกหงซือซือลืมตาขึ้นเห็นท่อนแขนของคนตรงหน้าก็ตกใจ หน้าผละออกปล่อยมือจากแขนของฮ่องเต้ แล้วถอยห่างออกไป ที่จริงแล้วตามธรรมเนียมวังหลวงคืนแรกของฮองเฮาก็ต้องถูกตรวจร่างกายว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือไม่? แต่เป็นเพราะพี่สามเสียงแข็งกับฮองไทเฮามิให้ทำตามธรรมเนียมนี้กับนาง นางจึงผ่านพ้นการตรวจภายในไปได้ องค์หญิงหลวนตัวปลอมอาศัยแสงยามเช้าตรู่สังเกตใบหน้าด้านข้างของหมิงเฟยหลง‘ช่างเป็นใบหน้าบุรุษที่งดงามและน่าเกรงขามนักเหล่าสตรีในวังหลวงที่แย่งชิงพี่สามก็นับว่าสมควร ทั้งรูปร่างหน้าตาสง่างาม ทั้งยังมีอำนาจบารมีที่เหนือกว่าคนทั้งแผ่นดิน แต่….ถึงอย่างไรก็ไม่ควรเพิ่มข้าเข้าไปในกลุ่มสตรีเหล่านั้น’“ซือซือ เจ้ามองข้าพอหรือยัง?”