ละฝ่ายขวาจะทำสิ่งใดยังต้องมองหน้าของใต้เท้าฟ่านเสียก่อน“เอะอะเจ้าก็ห่วงแต่พี่สาม” พราชายาหานซู่ลี่ส่ายพระพักตร์ “นี่ถ้าต่อไปพี่สามมิให้เจ้าออกจากวังหลวงเจ้าก็คงจะอยู่ช่วยงานเขาล่ะสินะ”ใบหน้าของหงซือซือขึ้นเป็นสีชมพูระเรื่อ “ข้าก็แค่เห็นว่าเขาเป็นพี่น้องในยุทธภพเจ้าพูดเกินไปแล้ว”“จริงหรือ?” นินจาหญิงลากเสียงถามยาวล้อเลียน“จริง! ข้าก็แค่ทำเพื่อเงินค่าจ้างแค่นั้นเอง คราวก่อนตอนเขาให้สืบคดีวัง ชิงหลวนข้าก็ได้ค่าจ้างมาไม่น้อย”“เห็นทีเจ้าคงเป็นผู้มีฐานะไม่น้อยกว่าพระสนมระดับกุ้ยเฟยเสียแล้วกระมัง? ถ้าจะรับจ้างฮ่องเต้อยู่แทบจะชิดกายตลอดเวลาขนาดนี้”“ชิ!” หงซือซือรู้ว่าสหายเหน็บแนมก็อดจะเม้มปากแล้วอมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ จะว่าไปตั้งแต่นางเจอกับพี่สามนางก็ได้ค่าจ้างจากงานที่เขาให้ทำมิใช่น้อย รับจ้างผู้ใดจะเท่ารับจ้างฮ่องเต้เล่า? “ก็คงไม่เท่าเจ้ารับจ้างท่านอ๋องเก้าเลี้ยงลูกฝาแฝดดอกนะ รับทั้งทรัพย์ รับทั้งความรักความเอาใจใส่”ระหว่างที่นั่งพูดคุยปราชดปราชันกันไปมา เสียงขันทีก็ตะโกนจากหน้าตำหนัก “ฮ่องเต้เสด็จแล้ว!” เท่านั้นเอง นางทั้งสองก็หันไปสบตากัน“สามีข้ามารับแล้ว” พราชายาหานซู่ลี่รีบขยิบตาให้ไป๋เพ่ยเจินเก็บห่อผ้าชุดนินจาของนางเอาไปไว้ในที่ซ่อน แม้จะมิได้เปิดเผยให้ไป๋เพ่ยเจินรู้ว่าในห่อนั้นมีสิ่งใด แต่จากประสบการณ์ของไป๋เพ่ยเจินที่ต่อเจ้าจิ้งจกที่ยามนี้บังอาจแปลงโฉมมาเป็นว่าที่ฮองเฮา ทำให้พอจะเดาไ