“ข้าก็แค่ห่วงว่าหากเราสืบล่าช้า คนร้ายจะไหวตัวเสียก่อน” หงซือซือพยายามจะดึงมือออกจากอุ้งพระหัตถ์ฮ่องเต้ ทว่าพระองค์กลับยึดเอาไว้แน่นนัก ทรงหันไปมองนางกำนัลและขันทีที่เดินตามมา เมื่อเห็นว่าพวกเขาอยู่ห่างออกไปนางก็ลดเสียงลงพูดกับนางพอให้ได้ยินกันสองคน“ระยะนี้เจ้าเองก็อย่าชะล่าใจ ข้าให้องครักษ์มาเฝ้าตำหนักเจ้าแล้ว การลอบทำร้ายคงจะไม่มีผู้กล้าทำ ทว่าการวางกลอุบายอาจจะมี เจ้าก็คงรู้ว่าวังหลังมิใช่เพียงการแย่งชิงความโปรดปรานจากข้า หากแต่หมายถึงอำนาจที่เชื่อมโยงสู่ภายนอกด้วย เจ้าต้องระวังตัวให้มาก”นางสบสายตาห่วงใยของเขาแล้วจำต้องพยักหน้าหงึกหงัก “ข้ารู้แล้ว ข้าจะระวังตัว” เมื่อดึงมือตนเองออกอีกทั้งฮ่องเต้กลับปล่อยเพียงมือเดียวแล้วจับจูงนางเดินลงสะพาน“ข้าจะต้องทำเป็นฮ่องเต้ที่รักใคร่ฮองเฮาให้มากเพื่อให้คนร้ายแสดงตัวออกมา ผู้ที่วางยาฆ่าลูกของข้าและหวังจะฆ่าข้าก็คงอยู่ในหมู่นางสนมหรือขันทีที่หวังจะผลักดันฮองเฮาองค์ใหม่ เจ้าเองก็ต้องให้ความร่วมมือกับข้าด้วย”“ข้าหรือ?”“เจ้าเองก็ต้องช่วยทำให้พวกเขาเชื่อว่าเจ้ากับข้ารักกันมากๆ และเจ้าเป็นผู้ที่มีโอกาสให้กำเนิดองค์รัชทายาท นั่นล่ะ พวกเขาจึงจะลงมืออีกครั้ง”หงซือซือคิดตามที่ฮ่องเต้ตรัสแล้วก็คล้อยตาม“จริงสิพี่สาม ข่าวลือในวังนั้นลามเร็วกว่าไฟป่า หากเราทำให้นางกำนัลและขันทีพวกนี้เชื่อได้ คนร้ายก็คงจะเคลื่อนไหวในไม่ช้า”ฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนเป็นโอบบ่านางเข