หงซือซือถือถาดสุราตามหลังขบวนมาถึงห้องบรรทมด้วยความสงสัยในท่าที จากที่นางเห็นพระองค์ทรงเศร้าสร้อยกลับดูคล้ายจะทรงคึกคักขึ้นมาในทันที‘แปลกจริงเมื่อหัวค ่ายังเหมือนคนหัวใจสลายอยู่เลยจู่ๆ ทำไมเปลี่ยนท่าทีรวดเร็วเช่นนี้’หมิงเฟยหลงนั่งลงสรวลน้อยๆ “อู๋กงกงเจ้าให้คนทั้งหมดออกไป เหลือนางผู้นี้ไว้ปรนนิบัติเจิ้นเพียงคนเดียวก็พอ” อู๋กงกงทำตาเหลือก เขาติดตามพระองค์มานานก็พอจะรู้ว่าทรงไว้พระองค์ยิ่งนักมิเคยชายพระเนตรมองนางกำนัลคนใดไม่ว่าจะสวยงามน่ารักสักเพียงไหน ทรงร่วมเตียงแต่เพียงนางสนมที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งแล้วเท่านั้น หากคืนนี้นางกำนัลผู้นี้ได้ร่วมเตียงบรรทมจริงๆ นางจะกลายเป็นสตรีคนแรกในวังหลังที่ได้กลายเป็นพระสนมในชั่วข้ามคืน“พะ พะยะค่ะ” อู๋กงกงเห็นสายพระเนตรดุของฝ่าบาทแล้วก็ไม่กล้าขัดพระทัยจึงรีบถอยออกจากห้องพระบรรทมแต่โดยดี ปล่อยให้นางกำนัลปลายแถวที่ใบหน้าแสนจะธรรมดาผู้นั้นอยู่รับใช้เพียงลำพัง“เจ้ามานั่งตรงนี้สิ” หงซือซือตกใจที่เห็นเขาสั่งทุกคนออกไป นางรู้ดีกว่าไป๋เพ่ยเจินนั้นมิใช่สตรีงดงามดังเช่นพระสนมที่พี่สามมี หากจะคิดว่าจู่ๆ เขาเกิดนึกพิศวาสไป๋เพ่ยเจินก็ดูจะเหลือเชื่อ“เพคะ” นางรับคำด้วยน ้าเสียงแผ่วเบา เมื่อวางถาดที่มีกาและจอกสุราลงแล้วก็นั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างพระองค์“เจ้าเคยไปแคว้นเว่ยหรือไม่?”“เคยไปเพคะ ท่านพ่อของหม่อมฉันเคยพาไปครั้งหนึ่ง”ฮ่องเต้ทรงสรวลน้อยๆ “เมืองเว่ยรุ่ง