ปิดเป็นความลับแล้วก็หนี”“แต่จำนวนศพที่มีรายงานเอาไว้ก็ครบตามจำนวนคนที่อยู่ในวังชงหยวนนี่นา”“นักชันสูตรศพผู้หนึ่งที่หายสาบสูญไป ข้าตามหาพบแล้ว เขาบอกว่าแม้จำนวนจะครบทว่าเพศกลับไม่ถูกต้อง มีสองคนที่เป็นชายแต่ต้องเขียนรายงานว่าเป็นเพศหญิง”“เช่นนั้นแสดงว่าพวกเขาเอาศพเข้ามาสวมรอย”“ใช่! เอาศพบุรุษมาแทนคนรอดชีวิตที่เป็นสตรีและเอาศพคนแก่มาแทนคนหนุ่มที่หนีไปได้”“เจ้าได้สอบถามเรื่องเสื้อผ้าของผู้รอดชีวิตหรือไม่?”“สอบถามแล้ว พวกเขาแต่งกายด้วยชุดที่หรูหราทั้งสามคนส่วนอีกสองแต่งกายคล้ายคนรับใช้”ฮ่องเต้นั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นเรื่องที่ข้าเคยได้ยินก็เป็นเรื่องจริง”“พี่สาม ท่านเคยได้ยินเรื่องใดหรือ?”“คราที่วังชงหยวนถูกไฟไหม้นั้น แม้จะมีข่าวว่าคนในวังตายในกองเพลิงทั้งหมด กลับมีคนสองคนที่คุยกันว่า เจ้าของวังได้พาลูกหลานหลบหนีไปได้”“ที่ท่านให้ข้าสืบเพราะเชื่อเรื่องที่พวกเขาคุยกันเช่นนั้นหรือ?”“ข้าพยายามสืบเรื่องนี้มาโดยตลอด ทุกครามักจะคว้าน ้าเหลวเพราะพวกเขารู้ตัวเสียก่อน การจะหาเบาะแสเรื่องนี้ได้ต้องมีเส้นสายคนรู้จักที่ไว้ใจได้ในวงขุนนาง สักหน่อย เป็นเพราะข้าล้มเหลวหลายครั้งจึงจำต้องใช้สำนักคุ้มภัยหงส์ไฟที่เขาลือกันว่าเลี้ยงคนไว้หลายแวดวง แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ”