ือเริ่มดิ้นรนทรงวางร่างของนางลงบนเตียง นอนเคียงข้างแล้วใช้แขนและขาข้างหนึ่งกดนางไว้ อีกข้างค ้าศีรษะขึ้นตะแคงมองหน้านาง“น้องหง ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า” ฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนสรรพนามตนเองเป็นอย่างสามัญพร้อมกับยื่นพระพักตร์เข้ามาใกล้นาง“ฝ่าบาททรงตรัสอันใด?”“ไม่ต้องปกปิดแล้ว พี่สามรู้ว่าเจ้าเป็นนักแปลงโฉม และเจ้าก็เข้ามาในวังหลวงแห่งนี้เพื่อตามหาข้าใช่หรือไม่?”สายตาอันคมกริบของมังกรขาวเจ้าเล่ห์สบตานางอย่างเปิดเผย“ท่านรู้ได้อย่างไร?”“ข้อแรกไป๋เพ่ยเจินผู้นั้นมิได้มีบ้านเกิดอยู่เมืองพยัคฆ์เหิน ข้อสองไหล่ของเจ้ายังบาดเจ็บอยู่ และข้อสามข้าเคยเห็นหลังคอเจ้ามีไฝสีแดงสองเม็ด”หงซือซือถอนหายใจ “ใช่! เป็นข้าเอง” ในเมื่อเขารู้ขนาดนี้แล้วนางก็จำยอมต้องยอมรับ คนผู้นี้สมแล้วกับที่ครองแผ่นดินผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้หลายครา“เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ?” สายตาของเขาดูคาดหวัง“อืม…ข้าได้ยินว่าพระโอรสสิ้นพราชนม์แล้วจึงอยากจะมาดูท่านเสียหน่อย” นางยอมรับง่ายจนฮ่องเต้ก็ตกพระทัยและดีพระทัยในคราวเดียวกัน “อีกอย่างเรื่องที่ท่านว่าจ้างให้ข้าสืบนั้นก็ได้ความมาแล้ว”หมิงเฟยหลงทรงลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นว่านางไม่ดิ้นรนหรือปฏิเสธ หงซือซือจึงลุกขึ้นนั่งเช่นเดียวกัน “เจ้าได้ความว่าอย่างไรบ้าง?”“เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นมีพ่อเฒ่ากับแม่เฒ่าสองคนบอกว่า มีคนรอดชีวิต ห้าคนที่พวกเขาได้ช่วยเหลือเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด คนทั้งหมดเมื่อออกมาได้ก็ขอให้