วาดรูปของพวกเขาทั้งคู่ไว้ กระหม่อมก็พบว่ามิใช่หน้าตาที่บ่าวรับใช้ในคฤหาสน์ของพวกเขายืนยัน พะยะค่ะ”“เราคงจะเจอครอบครัวนักแปลงโฉมเข้าให้แล้วเรื่องของหงอี้เทียนกับหงซือซือเล่า?” ฮ่องเต้ยังมิได้ไปซักไซ้ไล่เลียงอ๋องเก้า แต่เลือกที่จะสืบข่าวให้แน่ชัดเสียก่อนว่าฝ่ายนั้นเป็นอย่างที่ตนเองคิดเอาไว้“ช่วงนี้คุณชายใหญ่หงเดินทางไปแคว้นผิงและแคว้นเหลียนบ่อย พะยะค่ะ เห็นว่ากำลังจะก่อตั้งสาขาใหญ่ที่เมืองผิงกับเมืองเหลียน คุณหนูหงเดินทางไปมาระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นหมิง แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือทั้งครอบครัวล้วนไม่มีผู้ใดระบุใบหน้าได้แน่ชัด พะยะค่ะ”“หัวหน้าหงล่ะ?”“หัวหน้าหงไม่เคยมีผู้ใดรู้จักชื่อพะยะค่ะ จะออกมาสั่งงานเป็นบางครั้ง อ้างกันว่าเป็นญาติของเจ้าของสำนักคุ้มภัย แต่คนผู้นี้จะมีใบหน้าเดียวที่ทุกคนรู้จักกันดี” องครักษ์เงาวางรูปวาดของคนในครอบครัวหงซือซือทั้งสี่คนซึ่งมีคนละ 4-5 รูปลงบนโต๊ะ เมื่อฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรแล้วก็รู้สึกทันทีว่าใบหน้าที่องครักษ์ได้มาทั้งหมดนั้นอาจจะยังมิใช่ใบหน้าจริงของพวกเขา“ลึกลับยิ่งนัก บางทีเซียนพันหน้าที่ข้าอยากเห็นนักหนาอาจจะเป็นคนในครอบครัวนี้ก็เป็นได้” เมื่อมีหลักฐานชัดเจนแล้ว ฮ่องเต้จึงรับสั่งให้ท่านอ๋องเก้ามาเข้าเฝ้าและเอารูปเหล่านั้นให้พระอนุชาได้ทอดพระเนตรเช่นกัน“ขออภัยที่หม่อมฉันมิได้ทูลเสด็จพี่ในครานั้น”“มิเป็นไร หากเรื่องไม่มาถึงขั้นนี้ข้าก็คงไม่สืบสาวเกี่ยวกับ