ด้วยกันที่จวนอ๋องเย่สิ!”คำเชิญหนึ่งที่ธรรมดา คิดไม่ถึงว่าจะทำให้โม่เหลียงเฉินตื่นเต้นไปครึ่งค่อนวันจนกระทั่งนอนไม่หลับไปหลายคืนหลานเยาเยาเดินเล่นครึ่งวัน ไปสถานที่ที่คุ้นเคยมากมาย รอจนคิดว่าพอใช้ได้แล้ว กำลังต้องการกลับไป ก็ได้ยินคำวิจารณ์“เรื่องนี้ใครจริงใครเท็จ? อย่าอยู่ว่างจนเบื่อหน่ายหลอกลวงพวกข้าคนซื่อๆเหล่านี้”“ใครหลอกลวงเจ้า มีคนเห็นกับตาตัวเอง อ๋องเย่อยู่ในโรงเหล้าที่แพงที่สุดในเมืองหลวง ดื่มเหล้าพูดคุยสนุกสนานกับคุณหนูถังบุตรสาวของเฉิงเสี้ยง เวลานี้ออกรสออกชาติล่ะ!”176
“เบาๆหน่อย คุณชายซ่างกวนอยู่ข้างๆน่ะ! เจ้าพูดเช่นนี้ ทำให้คุณชายซ่างกวนรับความกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกได้อย่างไร?”คนที่ปล่อยข่าว หลังจากได้ยินคนข้างๆเตือนจึงได้พบว่าซ่างกวนหนานซู่ก็อยู่ข้างๆ ราวกับว่ากำลังฟังพวกเขาคุยกัน ปิดปากอย่างเคอะเขินทันทีหลังจากเห็นนางเข้ามาใกล้บรรดาผู้คนถึงรู้ว่าตัวเองหมดสนุก กระจายจากไปทุกทางขณะที่กลับถึงจวนอ๋องเย่ เย่แจ๋หยิ่งกลับมาแล้ว เขายืนอยู่ที่ประตูใหญ่ เหมือนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้นโดยไม่มีเคลื่อนไหวใดๆ สีหน้าดูไม่ได้เป็นที่สุด ในใจยิ่งวิตกกังวลจนเห็นหลานเยาเยากลับมา คิ้วที่ขมวดแน่นผ่อนคลายทันที ในที่สุดก้อนหินก้อนหนึ่งก็ตกถึงพื้นแล้วกลับมาก็ดีแล้วก็กลัวว่าจะได้ยินคำเล่าลือ ทำให้คนโกรธแล้วหนีไป“เยาเยา”เย่แจ๋หยิ่งเรียกนางเบาๆคำหนึ่ง หลานเยาเยาไม่ตอบ เดินไปด้านหน้าอย่างรวดเ