เยาโกรธมาก แต่เขาก็กลัวนางไม่โกรธ อย่างไรเสียนั่นเป็นพฤติกรรมที่พิสูจน์ว่านางใส่ใจเขามากเท่าไหร่กันแน่ ตอนนี้ได้ยินนางพูดเช่นนี้ทุกอย่างกระจ่างแล้วตอนนี้นางก็อยู่ข้างๆ เวลาที่มองเขาทั้งตาล้วนเป็นเขาแล้วเขาจะระแวงทำไม?เกิดช่องว่างกับนาง“เหนื่อยไหม?”“ข้าบอกว่าเหนื่อย ท่านยังจะแบกข้างั้นหรือ?”ใครจะรู้ ไม่ต้องให้นางตอบ เย่แจ๋หยิ่งก็อุ้มนางขึ้นมาแล้ว เดินไปทางห้องหนังสือด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วในยามคํ่า บนเตียง หลานเยาเยาอยู่ในอ้อมกอดของเย่แจ๋หยิ่ง ทั้งสองสนทนาเรื่องตอนกลางวันกับการพบหน้าถังมู่หวั่นเย่แจ๋หยิ่งใช้ข้ออ้างพบถังมู่หวั่นให้ช่วยสืบหาต้นตอการปรากฏตัวอีกครั้งของคนโดนมนต์ดำในเมืองหลวง ยังแอบบอกเป็นนัยๆอีก จากที่เขาเข้าใจนาง รู้ว่านางจะต้องมีวิธีสืบหาเบาะแสต้นตอของคนโดนมนต์ดำได้เป็นแน่แม้ว่าเขาจะไม่ได้อธิบายอะไรแต่เพียงพอทำให้ถังมู่หวั่นคิดว่าเย่แจ๋หยิ่งเอานางทำเป็นหลานเยาเยาแล้ว ติดเพียงแค่ไม่ใช่ใบหน้าเดิม ในใจค่อนข้างมีระยะห่าง ดังนั้นถึงได้ชักช้าไม่ยินยอมพบหน้า จนกระทั่งยังยอมตั้งใจแกล้งทำเป็นชอบผู้ชายด้วยกันมากดดันให้นางเผยเอกลักษณ์พิเศษอีกด้านของหลานเยาเยาออกมาอีกขั้น179
ในอดีตหลานเยาเยารู้วิธีต่อกรกับคนโดนมนต์ดำก่อนตอนนี้เพียงต้องการให้ถังมู่หวั่นปรากฏตัวหาต้นตอของคนโดนมนต์ดำ ก็พิสูจน์อีกครั้งว่านางก็คือหลานเยาเยาพูดถึงเหล่านี้เย่แจ๋หยิ่งก็นึกถึงวันนี้ขณะจิบชาถังมู่หวั่นจงใจเข้