เตรียมเรียบร้อยแล้ว เดินทางเหน็ดเหนื่อย กินข้าวก่อนสักหน่อยเถอะขอรับ!”ความจริง ยู่หลิวซูอยากจะบอกว่าป่วยไม่ร่วมทานอาหารกับพวกเขา เกรงว่าจะดูคนพลอดรักกัน ทั้งเกรงว่าหลังจากที่เหล่าผู้อาวุโสเห็นแล้วจะเร่งรัดให้เขาแต่งงานแต่ในฐานะของเจ้าสำนัก เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องอดทนต่อความกดดันแต่ทว่าหลังจากไปกินข้าวด้วยกันแล้วเย่แจ๋หยิ่งที่น่าเกรงขามแต่ไม่ไร้ความเอ็นดูที่จะคีบอาหารไปในชามของหลานเยาเยา ทั้งหมดที่คีบเป็นอาหารที่นางโปรดปรานที่สุด ตอนแรกเริ่มหลานเยาเยายังรู้สึกเคอะเขิน หลังจากสายตาอธิบายโน้มน้าวสองสามครั้งไม่ได้ผลแล้ว ก็ยอมรับทันทีไม่สนใจแล้ว!ยังไงซะในใจของนางก็ชอบ เขาคีบให้เท่าไหร่นางก็กินเท่านั้นแต่ว่า นางก็อดที่จะกินเพียงคนเดียวไม่ได้ และเย่แจ๋หยิ่งก็คีบอาหารให้ตัวเองเพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้กินสักคำ ด้วยเหตุนี้นางก็คีบอาหารให้เขา แน่นอนว่าเลือกคีบที่เขาเคยโปรดปรานโดยเฉพาะ4
ทั้งสองกะหนุงกะหนิงกันไปมา ผู้หนึ่งไม่มีแล้วซึ่งอำนาจความน่าเกรงขาม ท่าทางที่เย็นชาไร้ความรู้สึก อีกผู้หนึ่งก็ไม่มีท่าทางที่สงบนิ่ง ท่าทางการกระทำที่มีระดับ เป็นเหมือนชายหญิงที่เพิ่งจะได้ตกลงในแม่นํ้าแห่งความรักไปโดยแท้ มองไม่เห็นสายตาที่แปลกประหลาดของคนอื่นโดยสิ้นเชิงยู่หลิวซูกวาดตามองผู้อาวุโสไม่กี่ท่านที่อ้าปากกว้างจนสามารถยัดไข่เป็ดลงไปได้สองฟอง คีบอาหารอย่างระมัดระวัง หลังจากวางลงในชามแล้ว กิน