วามจนปัญญา“หน้าไม่อายใช่หรือไม่ล่ะ?” หลานเยาเยาพูดเองแล้ว1371
“เออ รู้ตัวอย่างกระจ่างก็ดี เจ้า เจ้าไม่ใช่คนของสำนักหงอีสินะ?” ซาหมั่นเฉิงถามออกมาอย่างกะทันหันประโยคหนึ่ง“วันนี้เพิ่งมา อยู่ไม่นาน หลังจากกินอาหารก็จะไป”นางก็ไม่หลีกเลี่ยงตอนนี้นางไม่ใช่คนของสำนักหงอีเป็นธรรมดา หลังจากนี้ก็จะไม่ใช่ แต่นางจะมาเยี่ยมพวกเขาที่นี่บ่อยๆที่นี่สามารถนับได้ว่าเป็นบ้านบุพการีของนางแล้ว!“ห้องครัวสถานที่สำคัญ เดิมไม่ควรอนุญาตให้คนนอกเข้ามาเองลำพัง เมื่อครู่ข้าก็รู้สึกแปลก ตอนนี้นับว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสเหล่านั้นถึงได้ปล่อยให้เจ้ามาด้วยตัวเองผู้เดียว”หลานเยาเยาเพียงแค่ถามไปงั้นๆ ไม่รู้สึกว่าซาหมั่นเฉิงจะตอบคำถามนี้เป็นดังคาด!ซาหมั่นเฉิงข้ามโดยตรง : “รีบเขียนเถอะ! หมึกจะแห้งอยู่แล้ว ระวังตัวอักษรต้องสวยๆหน่อย อย่าให้เปื้อนตำราอาหารของข้า”“เจ้าตกลงแล้ว?”“ให้เจ้าเขียนก็เขียน พูดจาไร้สาระอะไรมากมาย?”รอจนหลานเยาเยาเขียนอักษรเสร็จ ซาหมั่นเฉิงไม่ลืมที่จะจดวัสดุปรุงอาหารและวิธีการทำให้เสร็จอย่างบรรจงด้วยท่าทางสงบ จึงได้ลุกขึ้นไปทำดอกไม้ร้อยดอกแย่งชิงความสวยงามที่เขาภูมิใจ1372
ระหว่างนั้น หลานเยาเยานั่งอยู่ข้างโต๊ะ มือหนึ่งคํ้าคาง มองดูซาหมั่นเฉิงยุ่งอยู่กับงานอย่างเงียบๆรอจนดอกไม้ร้อยดอกแย่งชิงความสวยงามออกจะเตาอย่างสดใหม่ วางไว้บนโต๊ะอย่างร้อนระอุ เมื่อได้กลิ่น ความอยากกินของหลานเยาเยา