่ แต่ทุกเดือนปลายเดือนก็จะมาที่จวนอ๋องเย่ครั้งหนึ่งประตูใหญ่ก็ไม่ให้เข้า ไม่ได้พบอ๋องเย่ก็ไม่เป็นไร เพียงแค่ตอบกลับสักคำ ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็จะกลับวังอย่างเชื่อฟังเป็นเช่นนี้ทุกเดือน แม้คุณชายเหลียงเฉินจะอธิบายโน้มน้าวก็ไม่มีประโยชน์“ไม่พบ!”เสียงตํ่าดังมา มีความแหบเล็กน้อย ในเสียงคือความโศกเศร้าที่พูดอย่างไรก็ไม่หมดแต่สองคำนี้ เป็นคำพูดที่มากที่สุดในหนึ่งปีกว่าที่เคยพูดมา1072
“ขอรับ!”พ่อบ้านเหมยมาอย่างรีบร้อน หลังจากเสียงตอบรับ ก็ถอยออกไปเงียบๆ มาถึงหน้าประตูใหญ่ มองดูผู้สวมชุดคลุมที่สูงส่ง แต่ฮ่องเต้องค์ใหม่กลับสวมชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้าย พ่อบ้านเหมยยกมือคารวะเล็กน้อย ถอนหายใจแล้วกล่าว :“เชิญฮ่องเต้กลับไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ! อ๋องเย่ไม่พบพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เป็นไร ข้าจะกลับวังเดี๋ยวนี้” ในดวงตาของเย่หลีเฉินไม่สามารถซ่อนความผิดหวังได้ แต่ยังยกมุมปากขึ้น และเพิ่มคำพูดเล็กน้อย“ใกล้ถึงการชำระค่าใช้จ่ายปลายปีแล้ว ทูตแต่ละประเทศล้วนมาแสดงความยินดีความหมายในนั้น เกรงว่าเจตนาเดิมนั้นไม่ได้อยู่ที่เหล้า ยังไงขอเชิญเสด็จอาเสด็จมาในวันพิธีงานเลี้ยงใหญ่ให้ได้ เพียงแค่เป็นการทำเพื่อปราชาชน”ทั้งที่รู้ พูดสิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์แต่ทุกครั้งที่เขามายังจะนำเรื่องราวที่สำคัญมาบอกกล่าวด้วยตัวเอง“ขอฮ่องเต้โปรดวางใจพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะบอกต่ออ๋องเย่แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”“ลำบากแล้ว”พูดจบ เย่หลีเฉินก็หมุนตัวจากไป องครักษ์ที่ติดตามข