หายใจแต่ก่อนเพียงแค่สงสัย แต่ตอนนี้ยืนยันได้ จื่อซีมีคนรู้ใจแล้วแต่น่าเสียดาย… …คนที่อยู่ในใจนางคือเซียวซื่อจื่อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ริมฝีปากเปิดออกเล็กน้อย“เรื่องนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”แม้ว่านิสัย(จื่อเฟิง)ไม่เฉื่อยชา พูดมีหลักการ แต่เขาก็ไม่เหมาะกับการพูดโกหกโดยเฉพาะอยู่ต่อหน้านาง จื่อซีที่ชอบพูดตลบตะแลง นางมองเห็นชัดเจน มีแต่จื่อเฟิงที่ไม่ถนัดในการพูดโกหก“คุณหนู เรื่องนี้… …”663
“ยังนับถือข้าเป็นคุณหนูอยู่หรือไม่? จื่อเฟิง ไม่ใช่วันหรือสองวันที่คลุกคลีกับพวกเจ้า นิสัยพวกเจ้าข้ายังไม่เข้าใจอีกเหรอ? พวกเจ้า! มีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง มีความรักและความยุติธรรมมากเกินไป การปฏิบัติต่อคนที่ไว้ใจ ไม่เหมาะที่จะพูดโกหก”ดวงตาของหลานเยาเยาหมองหม่น เหมือนเมฆที่เย็นชา และคำพูดที่ตรงไปตรงมา แต่มีความในใจนางไม่มองจื่อเฟิง แต่รับรู้ถึงความประหลาดใจและละอายใจที่จื่อเฟิงแสดง“คุณหนู ขอโทษ ที่ข้าน้อยพูดโกหก”“อืม ข้ารู้แล้ว พูดซิ!”สำหรับท่าทางของจื่อเฟิง หลานเยาเยาพอใจอย่างมาก“ขอรับ!” เมื่อรู้ว่าไม่สามารถปิดบังได้ต่อไป จื่อเฟิงจึงเล่าเรื่องทั้งหมดโดยไม่ปิดบังที่แท้ตอนที่อยู่ในเมืองหลวง (ก่อนที่หลานเยาเยากำลังเปลี่ยนพลังความชั่วร้าย) และก็พบจื่อซีกับจื่อเฟิง ให้พวกเขาแอบไปช่วยเย่แจ๋หยิ่ง ในคืนที่ออกจากเมืองหลวง นางได้ไปหาเย่แจ๋หยิ่ง คุยกับเขาตั้งนานประการแรกคือบอกลา!ประการที่สองคือให้จื่อซีและจื่อเฟิงแอบเ