ามันไม่ใช่ว่าใช้กับการไว้ทุกข์หรือ?มีชาวบ้านคนนึงเตือนขึ้นมาเบาๆว่า: “ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านประโยคนั้นไม่ใช่ว่าต้องรอให้คนอะไรตายก่อน ถึงจะพูดไม่ใช่หรือ? ทำไมท่านถึงพูดขึ้นมาก่อน?”ได้ยินดังนั้น!ผู้เฒ่าที่ถูกเรียกว่าผู้ใหญ่บ้านก็จ้องชาวบ้านคนนั้นที่เตือนด้วยท่าทางไม่พอใจ“ไปไปไป หลบไปข้างๆ”อย่างไรก็ไม่ได้รู้ความหมาย ท่องพูดให้คล่องไปก็พอ จะได้ดูเหมือนผู้มีความรู้ดูสง่างาม มีความหมายแฝงมองแววตาประกายที่ดูเลียนแบบแปะกันมาของพวกเขาแต่ละคน คิ้วของหลานเยาเยาเลิกขึ้นเล็กน้อย นี่มันสายตาแบบที่เจอเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งนี่ นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังนั้น!มุมปากยกขึ้น พูดเรียบๆไม่เหน็บแนมว่า:“ขอถามผู้ใหญ่บ้านว่า ในหมู่บ้านของพวกท่าน มีค่าใช้จ่ายอย่างไร?”วิ่งเต้นบากบั่นมาเป็นเวลานาน คนของนางก็เหนื่อยม้าก็อ่อนเพลียมานานแล้วตอนนี้แค่อยากพักผ่อนดีๆ นางเองก็ขี้เกียจอ้อมค้อม จึงพูดไปตรงๆ“แค่กแค่กแค่ก……”563
พูดตรงเกินไป ทำให้สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านเก้ๆกังๆ และหน้าแดงจะบอกว่าอย่างไร ว่าเขาผู้ใหญ่บ้านคนนี้ ก็เป็นคนซ่อนความรู้สึกและมีมารยาทเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะเห็นได้ชัดว่าหมู่บ้านพวกเขาหยาบคายไม่ได้!ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน เขาจะต้องพูดอะไรสักหน่อยคำพูดของแม่นางนั้นกำลังเหยียดหยามข้า ขณะเดียวกันก็เหยียดหยามหมู่บ้านของพวกเรา ที่รุ่งเรืองมาหลายชั่วอายุคน พวกเราจะเป็นคนหยาบคายเช่นนั้นได้อย่างไร?เอาอย่างนี้! คนละสองร