บายใจ จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะนั้นโดยตรงด้านหน้าของนางก็คือขาหมูชุดหนึ่งที่หอมกรุ่น โหลวเย่วตั้งใจเหลือให้นางโดยเฉพาะ แน่นอนว่าเหลือไว้ให้นางที่ได้ตายไปแล้ว และไม่ใช่นางที่ได้เปลี่ยนเป็นเทพธิดายังไงซะก็คือเหลือให้นาง ไม่กินก็ไร้ประโยชน์ที่จะไม่กินนางตั้งใจหยิบขาหมูขึ้นมาแล้วกิน ก็มองเห็นโหลวเย่วมองมา สีหน้าท่าทางเหมือนเจอผี“ท่านไม่ใช่……”เดิมทีโหลวเย่วยังคิดอยากด่าคน เมื่อเห็นชัดว่าเป็นหลานเยาเยา ก็รีบเงียบทันที“เลี้ยงของกินข้า? อย่าพูดว่าเสียดาย”หลานเยาเยามองดูขาหมูแล้วเลิกคิ้ว พูดจบ หลานเยาเยาก็เริ่มกินขาหมูชามนั้น“……”โหลวเย่วที่ไม่เคยพบสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เช็ดนํ้าตาที่หางตา มองดูคนข้างกายที่กินอย่างเอร็ดอร่อยนิ่งๆในใจค่อนข้างหงุดหงิดสุดท้ายก็ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ทำได้เพียงพูดเสียงตํ่าๆหนึ่งประโยค :417
“ไม่ถามหยิบเอาเองก็คือขโมย”หลานเยาเยาหัวเราะเสียงหนึ่ง มือข้างหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ คํ้าศีรษะไว้ จากนั้นก็เอียงหัวมองโหลวเย่วแวบหนึ่ง กล่าวอย่างเฉยเมย :“ใครบอกว่าข้าไม่ถาม? เมื่อครู่ข้าถามแล้ว เจ้าก็พยักหน้าแล้ว”คราวนี้โหลวเย่วงงงัน นางรีบร้อนแก้ตัว“ข้าพยักหน้าเมื่อไหร่แล้ว ท่านเป็นถึงเทพธิดาที่สง่าผ่าเผยผู้หนึ่ง……”นางมองดูการแต่งตัวของเทพธิดาแวบหนึ่ง ในใจก็แจ่มแจ้ง คิดว่าคงไม่อยากให้ผู้อื่นจำตัวตนของนางได้ ด้วยเหตุนี้จึงได้เปลี่ยนคำพูด“นึกไม่ถึงจริงๆว่าท่านเป็นคนแบบนี้ ตัวท่านเ