าช่วยก็คือให้เจ้าไปตาย”หลังจากนั้นเสี่ยวเหลียนก็กดตามองตํ่าไปยังหญิงชาวสวนที่ชักกระตุกจนหมดลมหายใจ“แอ๊ด……”ประตูไม้เก่าบานนึงเปิดออก นอกห้องมีองครักษ์สองคนรักษาการอยู่ เมื่อเห็นเสี่ยวเหลียนเดินออกมา ก็ยกมือคำนับอย่างประจบประแจงน่าเสียดายที่เสี่ยวเหลียนไม่เหลือบมองพวกเขาสักนิด“เอาศพแก่ๆนั่นลากไปทิ้งที่ประตูเหล็กร้างนั่น”“ขอรับ!”องครักษ์สองนายก็รีบพุ่งเข้ามาในห้อง ยกศพของหญิงชาวสวนขึ้น และมุ่งไปยังสถานที่ที่เสี่ยวเหลียนบอกในสถานที่ที่ห่างจากห้องเครื่องมือเกษตรไม่ไกลนัก มีศาลาหกเหลี่ยมล้อมด้วยผ้าบางๆอยู่ สายลมพัดเบาๆ ผ้าบางๆปลิวว่อน ด้านในมีร่างคนสองคนเคลื่อนไหวอยู่คนหนึ่งนั่งอยู่บนม้าหิน ถือชิมนํ้าชา ท่าทางเหมือนกับอ๋องเย่ตอนดื่มชา อีกคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ไม่รู้ว่ากำลังร้องขออะไรเสี่ยวเหลียนเช็ดคราบเลือดที่อยู่ในมือ และรีบไปยังศาลา ก็เห็นท่านชายที่ท่าทางเหมือนกับผู้เรียนหนังสือ กำลังก้มหัวให้ถังมู่หวั่นที่นั่งอยู่บนม้าหิน228
“ขอร้องคุณหนูถังได้โปรดปล่อยท่านแม่ของข้าไป ข้าจะยอมทำทุกอย่าง”คนที่พูดอยู่คือหลี่ชิงเหยน ลูกชายของหญิงชาวสวน เขารู้ว่าท่านแม่ทำเพื่อให้ตนเองได้สอบขุนนางอย่างสบายใจ จึงขโมยเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ไปขายเปลี่ยนมาเป็นเงิน ให้ตนเองได้กินได้ใช้ ตอนนี้ถูกขังเอาไว้หลี่ชิงเหยนเลื่อมใสถังมู่หวั่น แต่เพื่อท่านแม่ของตนแล้ว เขาจำเป็นต้องคุกเข่าอ้อนวอนเพื่อท่านแม่ใบหน้าของถังมู่