แต่ในห้องบรรทมยังมืดสลัวอยู่หลานเยาเยาบิดขี้เกียจอย่างสบาย ลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ แต่กลับรู้สึกว่าปากนั้นดูหนาๆ จึงขยับเล็กน้อยดูเหมือนจะเจ็บหน่อยๆ ดังนั้นนางจึงยื่นมือไปแตะปากเออ?บวมหรอ?!ปฏิกิริยาโต้ตอบคือมองร่างกายตนเองตามสัญชาตญาณ“······”เสื้อด้านในนางหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่เสื้อชั้นในหลวมๆอยู่บนตัว ประเด็นหลักก็คือ ทั้งตัวบนล่างมีแต่รอยจูบน่าสยดสยอง“อ๊าก······”เสียงร้องของนางนั้นทำเอานกที่เกาะอยู่ในตำหนักเทพธิดาตกใจบินไปหมดเย่แจ๋หยิ่ง คนโกหก ไหนบอกว่าจะไม่ทำอะไรนางไง? ดูเรื่องที่เขาทำไว้สิ น่าโมโหนัก ครั้งหน้าหากเจอเขาจะต้องเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกขณะนั้นเอง215
“ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง······”เสียงทุบประตูแรงๆดังขึ้นมา หลานเยาเยาตกใจ โมโหไม่มีที่ระบายพอดี จึงคำรามออกไป: “ใคร?”จู่ๆนอกห้องบรรทมก็เงียบไปสักพัก จากนั้นถึงจะมีเสียงดังขึ้นมา“คุณหนู ที่แท้ท่านก็ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เมื่อครู่ตะโกนเรียกท่านไปหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบ คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น นี่จื่อเฟิงกำลังทุบประตูเอง!” จื่อซีที่อยู่ด้านนอก หยุดการกระทำยกเท้าเตะประตู ปาดเหงื่อไปพร้อมๆกับรายงานเหตุที่เตะประตูจื่อเฟิงที่เดิมทีอยู่ในมุมมืด พอได้ยินจื่อซีปรักปรำเขา ก็รีบแฉลบตัวมาอยู่ด้านหลังของจื่อซี และเตะเขาเสียงดัง “ปัง” ทำเอาจื่อซีติดอยู่กับประตู“พวกเจ้าด้านนอกเป็นอะไร?” เสียงของหลานเยาเยาดังมาจากด้านในจื่อซีที่มองเห็นดาว เว้นไ