ของตะเกียบคู่นั้น ก็คือเซียวจิ่นหยูที่นั่งอยู่ข้างๆ เขายิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน กล่าวด้วยเสียงถ่อมตน:“กินเยอะๆหน่อย!”“ขอบคุณมาก!”หลานเยาเยารู้สึกเคอะเขินเล็กน้อย นางจะกินดีไหม? หรือจะกินดี? หรือจะกินดี?การกระทำเช่นนี้ของเซียวจิ่นหยู เจ้าพระยาเซียวกลับรู้สึกประหลาดใจมากจากนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสังเกตเห็นได้ยาก122
หลังจากที่กินข้าวเสร็จกันแล้ว เจ้าพระยาเซียวก็หาข้ออ้าง คุยกับหลานเยาเยาตามลำพังในห้องหนังสือหลานเยาเยาเม้มปากกลืนนํ้าลายเบาๆ กล่าวถามอย่างตรงไปตรงมาว่า:“เจ้าพระยาหาข้ามีธุระอันใดหรือ?”รู้ว่านางเป็นคนฉลาด เจ้าพระยาเซียวก็ไม่พูดอ้อมค้อม“ขอเทพธิดาโปรดอภัยด้วย จวนเจ้าพระยาซื่อสัตย์เราไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องในราชสำนักมานานแล้ว เซียวจิ่นหยูก็ไม่มีใจที่จะก้าวหน้าในวิถีทางในการเป็นขุนนางตระกูลเซียวของเรามีแค่สายเลือดเดียวที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน สืบทอดมาถึงรุ่นนี้ ก็มีแค่เซียวจิ่นหยูที่เป็นลูกชายคนเดียวเท่านั้นร่างกายข้าก็แย่ลงไปทุกวัน รู้ตัวว่าอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ถึงแม้จะไม่มีอะไรให้เสียใจ แต่กลับหวังให้เซียวจิ่นหยูใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยชั่วชีวิต เช่นนั้นข้าก็พอใจแล้ว”เขาไม่ได้พูดออกมาตรงๆว่าเป็นเรื่องอะไร แต่จากคำพูดนี้ของเขา หลานเยาเยาก็เข้าใจความหมายที่แท้จริงของเขาดังนั้น!หลานเยาเยาจิบนํ้าชาอีกครั้ง ริมฝีปากแดงที่มีคราบนํ้าอยู่มีสีแวววาวดึงดูดน่าหลงใหลเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยปากกล่า