“ในตัวคดีเอง หลินเฟยหรันไม่เป็นวรยุทธ์ อย่างนั้นทำไมนางถึงเข้าไปยังห้องปีกข้างที่ฉินหลิงเจียวอยู่ในตอนนั้นได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นทำให้สาวใช้ตกตะลึง ภายใต้การตรวจค้นอย่างเข้มงวดขององครักษ์วังหลวงและองครักษ์เมืองหลวงเจ้าคิดว่านางทำสำเร็จได้อย่างไร”เว้นแต่นางจะมีผู้ช่วย หรือบุคคลนั้นไม่ใช่นางเลยตั้งแต่ต้นไม่อย่างนั้นละก็ เป็นไปไม่ได้ที่หลินเฟยหรันจะทำอย่างนั้นได้เย่หลีเฉินขมวดคิ้วแน่น “อย่างนั้นทำไมนางถึงนำโทษทั้งหมดมารวมกัน”“อย่างนั้นคงจะต้องถามนางแล้วล่ะ” หลานเยาเยางอริมฝีปาก ดวงตาก็เปล่งประกายที่มีความหมายลึกซึ้ง……ในคุกกรมอาญาทั้งสี่ด้านล้วนเป็นกำแพงสูง ผนังกำแพงได้เปียกฝนเป็นเวลานาหลายปี และทำให้ไม่น่ามอง มีบางแห่งเกิดตะไคร่นํ้าขึ้นที่ประตูเรือนจำ มีผู้คุมจำนวนแปดคนยืนเฝ้าประตูเรือนจำอยู่ แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนเล็กๆ ล้วนแต่เป็นคนที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีและคนที่ลาดตระเวนอยู่บริเวณใกล้เคียง กลุ่มละสิบหกคน แต่ละคนล้วนมีอุปกรณ์ครบครันมีการลาดตระเวนไปมาไม่ตํ่ากว่าสิบกลุ่ม และการลาดตระเวนก็มีความถี่มาก1134
เย่หลีเฉินเป็นผู้สูงศักดิ์ อยู่ในชุดทางการของรัชทายาท เดินไปเดินมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเพราะเป็นองค์ชายรัชทายาท อีกทั้งยังเป็นคนที่สอบสวนคดีของฉินหลิงเจียวโดยเฉพาะ ดังนั้น หลังจากได้เห็นว่าเขามา จึงรีบคุกเข่าต้อนรับทันที“ถวายบังคมองค์ชายรัชทายาท!”“ลุกขึ้นเถอะ!”เย่หลีเฉินหยุดลงชั่วครู