”“เย่แจ๋หยิ่ง เจ้าอย่ามาเอาแต่ใจแบบนี้ ตอนนี้ข้าไม่อยากที่จะยุ่งกับเรื่องของเจ้าเจ้าก็ไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องของข้า”ราชครูเทียนเวิงเป็นอาจารย์ของเย่แจ๋หยิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นศัตรูกันหรือไม่นางก็ไม่อยากจะไปยุ่ง และเรื่องที่นางต้องการจะทำ นางก็ไม่ต้องจะให้ใครมาขัดขวางโดยเฉพาะเย่แจ๋หยิ่งเย่แจ๋หยิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองดูนางอย่างเงียบๆหลังจากเงียบอยู่นาน ก็ปล่อยนางไป“เจ้าไปเถอะ!”เสียงของเขาแหบเล็กน้อย และเดิมทีแล้วยังดูไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ใดหลานเยาเยาลุกขึ้นยืน ลงจากเตียง และเดินไปที่ม่านของตำหนักชั้นใน หยุดลงชั่วครู่ เปิดม่านออกแล้วเดินไปยังประตูประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงดัง “เอี๊ยด” จากนั้นก็เสียงปิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เอี๊ยด”ตอนที่หันกลับหลานเยาเยาก็ตกใจเล็กน้อยเพราะในขณะนี้หานแสที่อยู่ในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ได้ยืนอยู่ในลาน เขามองมายังนาง ด้วยสีหน้าที่อธิบายไม่ได้หลานเยาเยาไม่ได้พูดอะไร หานแสก็หันหลังกลับและเดินไป1117
เดินตรงไปยังศาลาแปดเหลี่ยมที่มีโคมไฟสองสามดวงแขวนอยู่ จึงหยุดฝีเท้า แต่กลับไม่ได้หันตัวกลับมา และหันหลังให้กับหลานเยาเยาหลานเยาเยาก้าวเข้ามาในศาลา นั่งลงบนม้านั่งหินตัวหนึ่ง บนโต๊ะหินมีกานํ้าชาอยู่ คาดว่านํ้าชาในตอนนี้คงจะเย็นหมดแล้ว“เจ้าของเรือมาเยี่ยมเยือนกลางดึก ไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใด”“เจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าข้าจะต้องมา” เสียงของหานแสแผ่วเบา แต่ดูเหมือนจะมีนํ้าเสียงยิ้มเยาะ