ามกับนางสีหน้าขาวเผือดซีดเซียว ท่าทางที่ดูอ่อนแอ และสายตาที่จ้องมองอย่างลึกลํ้าพริบตาเดียวก็เจาะทะลุเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจนาง“ เจ้าตื่นแล้วหรือ?”“อื้ม!” เย่แจ๋หยิ่งพยักหน้าน้อยๆหลานเยาเยายิ้มจาง ๆ จากนั้นจึงค่อยเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ“ทำไมถึงลุกจากเตียงเสียแล้ว รีบกลับไปนอนบนเตียงเร็วเข้า” สภาพอ่อนแอจนแทบจะต้านลมไม่ได้ขนาดนี้แล้ว ยังจะวิ่งเพ่นพ่านไปไหนอีกล่ะนั่น?แต่แล้ว!หลังจากที่หลานเยาเยาเดินผ่านเขาไป กลับพบว่าเขาไม่ได้ตามมาด้วย จึงอดหันไปถามไม่ได้“เป็นอะไรไปหรือ?”“ เดินไม่ไหวแล้ว!” เขาพูดอย่างเคร่งขรึมจริงจังสีหน้าของเขา ดูเหมือนอยากจะพูดออกมาด้วยว่า ถ้าไม่มาช่วยพยุงล่ะก็ แม้แต่ก้าวเดียวก็เดินไม่ไหวแล้ว อย่างนั้นทีเดียว“…. ”ผู้ชายตัวโตๆคนหนึ่งเดินมาได้เองจนไกลขนาดนี้แล้ว พอเห็นนางปุ๊บ กลับบอกว่าเดินไม่ไหวแล้ว เห็นได้ชัดๆเลยว่าเขาเป็นปิศาจหนุ่มจอมหลอกลวงคนหนึ่งแน่ๆแต่ว่าไม่มีทางเลือกรอยแผลบนร่างกายของเย่แจ๋หยิ่งทั้งหลาย ก็ล้วนเป็นเพราะนาง938
คนเค้าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมออดอ้อนเสียหน่อย ก็ไม่ผิดอะไรนี่นะดังนั้นแล้ว!หลานเยาเยาเดินไปช่วยพยุงเขา ส่งกลับไปที่เตียงเปลเมื่อมองไปที่ถุงนํ้าเกลือ ที่แขวนไว้ ในสภาพยังให้นํ้าเกลือไม่เสร็จ นางจึงดึงมือของเย่แจ๋หยิ่งเข้ามา แล้วใช้เข็มทิ่มเข้าเส้นเลือดของเขาโดยตรงเย่แจ๋หยิ่ง มองดูนางลงมืออย่างอยากสนอกสนใจ ประกายในดวงตาก็อบอุ่นอ่อนโยนขึ้นม