องว่าที่นั่นเป็นดั่งบ้านของนางไปแล้ว เพลานี้จะให้นางออกไปเต็มตัว นางรู้สึกแย่เหลือเกินแต่ก็จนปัญญาในเมื่อเสด็จอาอยากให้นางไป นางจะไม่ไปได้อย่างไรกัน?โหลวเย่วก้มหน้าก้มตา หันหลังจากมา ด้วยแผ่นหลังที่อ้างว้าง……เดินมาได้ไม่กี่ก้าว“หลังงานวัดก็กลับมาตำหนัก”เสียงดังมาจากในห้องบรรทม ด้วยความสุขุมนุ่มลึกและทุ้มตํ่าเป็นเสียงของเสด็จอา!เมื่อได้ยินเช่นนั้น!โหลวเย่วก็กระปรี้กระเปร่า ทั้งสุขใจทั้งแปลกใจ782
“สุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ เป็นพระกรุณาธิคุณเสด็จอา ฮิฮิฮิ……”ท่าทางที่โศกเศร้าเมื่อครู่ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง กลับกลายมาเป็นยินดีปรีดาอย่างกับนกน้อย พลางกระโดดโลดเต้นเดินจากไปเย่แจ๋หยิ่งในห้องบรรทม สายตาที่กำลังจ้องมองโจ๊กร้อนๆบนโต๊ะ ก็พึมพำออกมาอย่างเย็นชา“งานวัด……”——ช่วงพลบคํ่าความมืดอันเงียบสงบคืบคลานเข้ามา ท้องฟ้าสีครามก็มืดครึ้ม พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวได้เฉิดฉาย ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับลมหนาวอันบางเบาพัดผ่านไปทั่วเมืองหลวง ครอบคลุมไปทั่วท้องถนนที่อึกทึกคึกคักจวนแม่ทัพของหลานเฉินมู๋ ยังคงสว่างจ้าณ ห้องหนังสือ จวนแม่ทัพหลานเยาเยาซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่หน้าประตูห้องหนังสือช่วงนี้ตั้งแต่ที่ได้กลับมายังเมืองหลวง นางก็มาที่นี่อยู่บ่อยครั้ง หลังจากได้รู้ว่าการตายของแม่เป็นไปด้วยฝีมือของจ้าวซื่อนางก็แอบมาที่จวนแม่ทัพบ่อยขึ้นมาก783
หลานเฉินมู๋ที่อยู่ในห้องหนังสือได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่ง หลังจากเปิดดู ก็รีบออ