หน้าเดิมที่ไม่พึงประจักษ์ ก็ผ่อนคลายขึ้นมาแต่อย่างไรก็ตาม!ด้วยการถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจของพวกเขา สายตาของเย่แจ๋หยิ่งจึงมองไกลออกไปเหมือนไม่สนใจสิ่งใดหานแสก็หันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว พลางเดินตามคนอื่นๆไปเป็นเหตุให้ผู้อาวุโสทั้งสามลำบากใจไปชั่วขณะ หลานเยาเยาจึงรีบชี้แจง:6
“ผู้อาวุโสทั้งสามอย่าได้ใส่ใจ พวกเขานั้น เป็นพวกไม่ค่อยชอบพูดชอบจา ทั้งยังมีทักษะอันน้อยนิดและคิดว่าตนนั้นยิ่งใหญ่ แต่จริงๆแล้วก็เป็นเพียงแค่เสือกระดาษไร้ซึ่งอำนาจ”เมื่อนางชักแม่นํ้าทั้งห้า“ตู้ม…”เสียงระเบิดที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้น ทำให้หลานเยาเยารีบหันไปมอง และตกตะลึงไปชั่วขณะ คนที่ทำให้เสียงนั้นดังขึ้นมาก็คือหานแสเขาใช้กำลังภายในตีก้อนหินขนาดใหญ่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อพวกเขาหันไปมอง เขาก็ตบฝุ่นบนเสื้อคลุมของตน แล้วจากไปผู้อาวุโสทั้งสาม: “……”แบบนี้เรียกว่ามีทักษะอันน้อยนิดรึ? พวกเขาทั้งสามทำได้เพียงขยับเข้ามาหากันให้มากที่สุดเอ่อ……ชายผู้นี้เป็นบ้าอะไร?หลานเยาเยาหมดคำจะพูด แต่ก็แอบดีใจ ที่โชคดียังมีเย่แจ๋หยิ่งอยู่ข้างๆ ทั้งยังไม่ฉีกหน้านาง แต่นางหารู้ไม่ว่าในช่วงที่ผู้อาวุโสทั้งสามมองไปทางเย่แจ๋หยิ่ง ต่างก็รู้สึกเหมือนถูกครอบงำด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็นสีหน้าของพวกเขาเเปรเปลี่ยนในทันใด แววตาสว่างวาบอย่างหวาดหวั่นเพราะจริงๆแล้วคนที่น่าเกรงกลัวที่สุดก็คือเขา7
ดูเหมือนจะไม่มีพิษไม่มีภัย แต่แววตานั้นลํ้าลึกดั่งกระแสนํ้าวน