งที่เฉินเสียนผู้นี้ทำได้ เขาไม่ได้เป็นคนสอนเค้กวันเกิดที่เธออบไม่ใช่อาหารที่มีในต้าฉู่ การเต้นรำของเธอไม่เคยมีในต้าฉู่แม้แต่ทำนองเพลงที่เธอฮัมหรือเพลงที่เธอร้องก็ไม่ใช่บทเพลงของต้าฉู่ในวัยเด็กตอนที่เธออยู่ในฐานะขององค์หญิงจิ้งเสียน ไม่เคยมีใครสอนให้เธอเต้นรำหรือร้องเพลงแบบนี้แต่ในวันส่งท้ายปีเก่าเมื่อปีนั้น ท่าเต้นและท่วงทำนองเพลงที่เธอเปล่งออกมาโดยไม่ทันระวังบนดาดฟ้าเรือนั่น ทั้งหมดนั้นทำให้เขารู้สึกพิศวงเฉินเสียนมองนิ้วของซูเจ๋อซึ่งกำลังลูบไล้อยู่บนแหวนที่อยู่บนนิ้วนาง เขาหมุนแหวนไปมาอย่างแผ่วเบาและใจลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่เฉินเสียนจึงถามไปว่า “ที่ริมแม่นํ้าหยางชุนไม่รู้ว่าจะยังมีบะหมี่ถงซินให้กินอยู่หรือเปล่านะ”ซูเจ๋อตอบว่า “มีทุกปี”เฉินเสียนหรี่ตาและถามอีกว่า “เมื่อปีนั้นบะหมี่ถงซินราคาเท่าไหร่นะ”ซูเจ๋อตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “ห้าตำลึง และเพิ่มอีกหนึ่งตำลึงซื้อไข่ให้ท่าน”ซูเจ๋อเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และหยุดหมุนแหวนทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นเขาจึงเห็นว่าเฉินเสียนกำลังยืนพิงอยู่ตรงหน้าต่างและเหล่มองเขาด้วยหางตา927
เฉินเสียนกล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ท่านฟังอยู่บ่อยๆ แต่ข้ากลับจำไม่ได้ว่าเคยบอกท่านว่าตอนนั้นใช้เหรียญไปกี่ตำลึงเพื่อจ่ายค่าบะหมี่ถงซินทั้งยังไม่ได้บอกด้วยว่าเพิ่มไข่ไปอีกหนึ่งฟอง”ซูเจ๋อยังทำเป็นเอ่ยอย่างจริงจังว่า “หืม ท่านไม่ได้เล่าหรอกหรือ บาง