ท้อแท้ด้วยความเจ็บปวด เขานั่งลงและถามนางด้วยเสียงตํ่าว่า“หากมีจริง เจ้าตัดสินใจจะทำอย่างไร?”ฝูหลิงพูดแก้ต่างออกมา “พระองค์วางพระทัยได้ หม่อมฉันไม่มีวันยอมรับว่าเป็นพระองค์…หม่อมฉันรู้จักปรุงยา” นางพูดแล้วก็สั่นและนํ้าตาคลอเบ้า “หาโอกาสเอาออก เอาออกก็ไม่มีอะไรแล้วเพคะ…”เย่ซวิ่นมีสติอีกครั้ง จ้องมองไปที่นางด้วยดวงตาสีแดงและกล่าวว่า “นั่นเป็นลูกของข้า เจ้ากล้า?!”เย่ซวิ่นไม่ได้สนใจกับผู้คนที่เดินไปมาตามท้องถนน และอุ้มฝูหลิงขึ้นมาและเดินไปตามถนนอย่างเปิดเผยตอนแรกฝูหลิงพยายามดิ้นรน แต่ต่อมาเห็นดวงตาของคนเดินถนนจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสอง และนางก็รู้สึกอาย นางจึงมุดศีรษะของนางไว้ในอ้อมแขนของเย่ซวิ่นเหมือนกระต่ายสีขาวตัวเล็ก ๆ ที่สั่นอยู่ในอ้อมแขนของเขาฝูหลิงสะอื้นเบา ๆ และกล่าวว่า “ไม่ไปร้านยาสมุนไพรได้ไหมเพคะ…”“ทำไมหรือ?”“หม่อมฉันกลัว…หม่อมฉันอยากกลับบ้านเพคะ…”“ได้ ไม่ไปก็ไม่ไป ข้าไปส่งเจ้าที่บ้าน”เพียงแค่ว่า เย่ซวิ่นไม่เพียงแค่ส่งนางกลับบ้าน เขายังเข้าไปในกระท่อมยาเพื่อขอฝูหลิงจากปู่และพ่อแม่ของนางไม่คิดเลยว่าเย่ซวิ่นที่หยิ่งยโสมาตลอด กลับมีทัศนคติที่จริงใจมากและเนื่องจากเขามีความสัมพันธ์ที่แนบชิดกับ ฝูหลิงเขาก็ควรรับผิดชอบ850
ปู่ของฝูหลิงจึงรู้ว่าที่แท้เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้นี่เอง และเมื่อเห็นอาการของฝูหลิง เขาจึงตรวจชีพจรให้นางและรู้ว่านางท้องได้สองเดือนแล้วตอนนี้ฝูหลิงนอกจากนางจะติดตาม